วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน ไม่มีรถส่วนตัว - สวนพฤกษศาสตร์ พระธาตุดอยสุเทพ ตัวเมืองเชียงใหม่



เที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน ไม่มีรถส่วนตัว
2 คน งบคนละ 5000 เหลือๆ เอาไว้ให้เพื่อนๆที่สนใจอ่านเป็นแนวทางท่องเที่ยวนะจ๊ะ
(ค่าใช้จ่ายสรุปให้แล้ว ด้านล่างสุดของบทความนะ)


  • สวนพฤกษศาสตร์ canopy walk
  • พระธาตุดอยสุเทพ
  • สวนเฉลิมพระเกียรติ
  • วัดดอยคำ
  • วัดพระสิงห์
  • วันเจดีย์หลวง
  • หาของกินในเมืองไปเรื่อย 


จุดเริ่มต้นแพลนไว้ว่าจะไปเที่ยวก่อนปีใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงคนเยอะ และรถติด
เราจึงเลือกการเดินทางขาไป นั่งรถทัวร์นครชัยแอร์ ขากลับนั่งเครื่องบินแอร์เอเชีย (จองไว้เนิ่นๆนะ เผื่อได้ราคาดีๆหน่อย)

เริ่มจากเลิกงานมาตอนเย็น ก็เตรียมตัวเดินทางไปสถานีรถนครชัยแอร์ใกล้บ้านท่าน ของเรานั่งแท็กซี่ไปประมาณ90บาท

รถทัวร์ออกจากสถานีต้นทาง 21.30 น ประมาณ สามทุ่มก็ต้องมารอที่สถานีละ
พอขึ้นรถได้ก็มีข้าว มีขนม มีหนังให้ดู ไม่ต้องกลัวเบื่อ กินแล้วก็หลับยาวไปจนถึงลำปาง เข้าตัวเมืองเชียงใหม่ได้ก็ 6 โมงเช้าพอดี เป๊ะมาก ไม่มีเลท สามารถคำนวณเวลาเที่ยวได้อย่างแม่นยำ ชอบให้5ดาว

Day 1 
เวลาโดยประมาณนะ
08.00 น.  นัดรถเช่า(ที่พร้อมคนขับและรวมน้ำมันแล้ว) 2000 เที่ยวได้ทั้งวัน (รถฟอร์จูนเนอร์)
จุดหมายแรกของเราคือไปกินข้าวที่โอรสเด็ด และไปแม่ริม เพื่อเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์ฯ และcanopy walk แล้วกลับเข้าเมืองเพื่อไปเที่ยวดอยสุเทพต่อ

(ที่แม่ริม ยังสามารถแวะเที่ยวม่อนแจ่ม น้ำตกแม่สาได้ด้วย อยู่ที่จะใช้เวลากันยังไงนะ)
 เส้นทางเที่ยว
 เส้นทางเที่ยว

canopy walk 
เราไปถึงเช้ามากๆ เนื่องจากอยากได้รูปถ่ายแบบไม่ติดคนอื่่น เลยยกเลิกการแวะร้านกาแฟ และตรงดิ่งมาที่นี่ อากาศสดชื่นสุดๆ และเราอยู่ที่นี่นานพอสมควร  แนะนำเที่ยวตรงนี้ก่อน แล้วค่อยไปโรงเรือน เพราะต้องขับรถวนไปอีก ฉะนั้นขึ้นมาเที่ยวที่นี่ก่อนเลย 

มีโรงเรือน และดอกไม้ พืชพันธ์มากมาย เดินกันให้ทั่วๆ เพราะอากาศดีมาก ร่างกายจะได้ฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้า เนื่องจากทำงานมาทั้งปี

คลิกดู Map เส้นทาง

11.30 น. เราก็กินข้าวกลางวันที่นี่เลย อาหารอร่อยมาก มีตามสั่ง ก๊วยเตี๊ยว ราคาก็ไม่แพงด้วย แล้วก็หาที่เที่ยวต่อได้เลย ซึ่งเราเลือกที่จะไปดอยสุเทพกันเลย ไม่ไปม่อนแจ่ม (เผื่อไว้มารอบหน้าอีก55+)
ออกจากสวนพฤกษฯ ประมาณเกือบๆบ่ายโมง ไปดอยสุเทพต่อ

14.00 น. เราก็ขึ้นดอยสุเทพ ขึ้นกระเช้าไป20บาทเพราะคนน้อยไม่ต้องรอคิว ไปไหว้พระธาตุ และชมวิวเมืองเชียงใหม่ เราอยู่บนนี้สักพักใหญ่ๆ เพราะไม่มีแพลนไปไหนอีก กะว่าลงจากดอยก็จะเช็คอินพักผ่อน เพื่อออกหาที่เที่ยวช่วงค่ำๆ

16.00 น. เราให้รถเช่ามาส่งที่โรงแรม และจ่ายค่าเสียหาย 2000บาท ซึ่งพี่คนขับยังแนะนำให้เราไปกินอาหารที่ร้านโอ้กะจู๋ ในวันพรุ่งนี้ เราก็เลยมีแผนไปกินกลางวันที่นั่นวันพรุ่งนี้หลังเช็คเอ้าท์

check in @ Bed ช้างเคี่ยน ใกล้กับมช. เข้าซอยมานิดนึง สำหรับเราถือว่าติดถนนใหญ่นะ สะดวกเดินทาง


วิวจาก Bed ผนังเป็นกระจกใส ชมวิวได้กว้างสุดๆ 
และที่นี่น้ำเปล่าไม่อั้นเป็นขวดหยิบไปดื่มได้เลย และที่นอนยังนุ่มมากๆ ที่พักสะอาด บรรยากาศดี

ทริปแนะนำช่วงเย็น Day 1
ออกจากที่พักไปหาของกิน จะหน้ามช. หรือไปนิมมานก็ได้ แล้วแต่ใจจะอยากไปไหน แวะเที่ยวสวนเฉลิมพระเกียรติ ก็ได้ โดยขับรถไปทางสนามกีฬา 700ปี สถานที่ใกล้ๆกันหมด แต่ยังไม่ต้องเข้าไปเที่ยวเขตเมืองเก่า เพราะจะเที่ยวกัน Day 2
  •    แนะนำ ช่ามอเตอร์ไซด์จากร้าน bikky นัดรับรถแถวตลาดหน้ามช. หรือตามสะดวก) ราคา 250 บาทต่อวัน รวมน้ำมัน 50 บาท เราเช่า 2 วัน รวม 550 บาท เช่าเผื่อไปจนวันกลับเลย จะได้ขี่ไปสนามบิน และคืนรถที่นั่นเลย สะดวกดีไม่ต้องหารถแดงไปสนามบิน

Day 2 

8.30 น. ตื่นอาบน้ำ ลงไปหาของกิน (ตื่นสายนิดนึง เตียงมันนุ่มมากไม่อยากลุก 55)

ที่นี่บอกว่าไม่มีอาหารเช้าให้นะ มีแค่อาหารรองท้อง กาแฟ น้ำผลไม้ ขนมปัง ข้าวเหนียวหมู ข้าวเหนียวไก่ กล้วย ฯลฯ ก็พออิ่มอ่ะนะ .......555+  แถวภาคกลางนี้คืออาหารเช้าดีดีเลยนะเนี่ย ^^

จากนั้นก็ออกเที่ยวตามอัธยาศัย แต่สำหรับเราคือ พักผ่อนชมวิวอยู่ที่ห้องจนเกือบๆเที่ยง ค่อยออกไปเที่ยวต่อ เพราะอยากมาพักผ่อนจริงๆ นอนอิ่มๆ แล้วค่อยเข้าเมืองเก่าไปเที่ยววัดสำคัญๆของเชียงใหม่
(คืนที่สองเราไปนอนที่เฟื่องฟ้าเพลส เขตเมืองเก่า เพราะว่าสะดวกเที่ยววัด และประตูท่าแพตอนค่ำ)

12.00 น. check out  และตรงไปที่พักก่อน เพื่อฝากกระเป๋า และจะไปกินผักที่โอ้กะจู๋ เค้าว่าผักเยอะ แต่พอไปถึงคนเยอะกว่า คิวยาวเหยียดจนท้อ เพราะหิวแล้ว จึงไปกินที่ร้านสวนผักแทน

สั่งสลัดผัก และชุดน้ำพริกหนุ่มมากิน กินอาหารถิ่นเพิ่มฟิลลิ่ง อาหารอร่อย อิ่มไปหนึ่งมื้อ

จากนั้นก็ต่อด้วยของหวาน
ร้านใกล้ๆกันเลย มีไอติม เครื่องดื่ม ร้านน่านั่งบรรยากาศดี

15.00 น. เที่ยววัด ขับผ่านวัดไหนก็แวะไหว้พระได้เลย วัดเยอะแยะ
วัดเชียงคำ / อนุสาวรีย์สามกษัตริย์

วัดพระสิงห์ ตัวเจดีย์เป็นสีทองแล้ว สวยมาก

วัดเจดีย์หลวง 
ลองจินตนาการตอนที่พระเจดีย์ยังสมบูรณ์ และมีกรุสมบัติล้ำค่าอยู่ด้านใน ดูมีมนต์ขลัง และอลังการมากๆ เสียดายเหมือนกันที่เราได้มาดูตอนนี้ พังไปเกือบหมดแล้ว

ในเขตเมืองยังมีอีกหลายวัดนะ 
ประตูท่าแพ ถนนคนเดิน (เฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์มั้งถ้าจำไม่ผิด)



ส่วนของกิน ก็หาตามทาง หรือเสิร์จกูเกิลได้เลย เยอะแยะ และไม่ไกล เดินทางสะดวก ยิ่งขับมอไซด์ ยิ่งสะดวกในการท่องเที่ยว 
ของกิน ที่แนะนำ คือ บุฟเฟ่ต์เมียงดง และข้าวขาหมูคาวบอย หรือข้าวขาหมูช้างเผือก ทุกที่มีในกูเกิล 555+ หาง่าย ไม่ต้องกลัวอดของอร่อยๆ

20.00 น. ก็เข้าที่พัก พักผ่อนนอนให้เต็มที่ พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านแล้ว
 เส้นทางเที่ยว


Day 3 
7.30 น. ตื่นมากินอาหารเช้าในที่พัก (แถมมากับค่าห้องแล้ว) หรือใครจะออกไปหาไข่กระทะ โจ้กข้างนอกก็ได้ ไหนๆก็มาเชียงใหม่แล้ว เพราะร้านเยอะและใกล้ๆกัน 

หากจะซื้อของฝากก็แนะนำ ไปตลาดวโรรส (กาดหลวง) เลยช่วงเช้า แล้วก็ค่อยเช็คเอ้าท์กลับก็ได้เหมือนกัน

สำหรับเรา เราพักผ่อนเตรียมตัวกลับตอน บ่ายโมง ไฟล์ทเรา 13.30 ตั้งใจไปสนามบินประมาณ 11.00น. เพราะเราต้องไปคืนมอไซด์ด้วย เลยเผื่อเวลาเยอะหน่อย กลัวรถติด
 เส้นทาง



จบละทริปเที่ยวเชียงใหม่ง่ายๆของเรา อาจจะไม่หวือหวามาก เพราะเราเคยมาเที่ยวเชียงใหม่แล้ว
แต่ครั้งนี้มาแบบ ไม่มีรถส่วนตัว จึงอยากนำมาแชร์ให้คนที่อยากไปพักผ่อนด้วยตัวเอง
เจอกันอีกทีทริปหน้า บาย บาย 



สรุปค่าใช้จ่าย2 คน รวม 9,257 /2 = 4,629 บาท ต่อคน
  • ค่าเดินทางไปสถานีรถนครชัยแอร์ 90 /2 = 45
  • ค่าเดินทางขาไป นครชัยแอร์ 596 บาท 
  • ค่าเดินทางขากลับ แอร์เอเชีย 768 บาท
  • ค่าที่พัก Bed 800 คืนแรก รวมอาหารรองท้องตอนเช้า
  • ค่าที่พัก เฟื่องฟ้าเพลส คืนสอง 800 รวมอาหารเช้า
Day 1 ...1300บาท
  • เช่ารถ พร้อมคนขับ 2000 บาท 1 วัน หาร2 =1000
  • กาแฟ 60
  • ค่าข้าวโอรสเด็ด 35 
  • ข้าวกลางวันที่สวนพฤกษศาสตร์ 40
  • ค่าเข้าชมสวน 180 / 2 = 90 บาท
  • ดอยสุเทพ ค่าขึ้นกระเช้า 20
  • ทำบุญ ตามศรัทธา
  • อาหารเย็น ขนม ประมาณ 200
Day 2 ....625บาท
  • เติมน้ำมันรถมอไซด์ 50 /2 = 25
  • อาหารกลางวันสวนผัก 500/2 =250
  • ของหวาน 150
  • อาหารเย็น เมียงดงบุฟเฟ่ต์ 200 

Day 3 ....475บาท
  • ค่าเช่ารถมอไซด์ 2 วัน 500 / 2 = 250 
  • ค่าคืนรถที่สนามบิน 50 / 2 = 25
  • ค่าอาหารในสนามบิน 200
  • ค่าเดินทางจากดอนเมืองไปบ้าน 200 /2 = 100



เที่ยวเชียงใหม่ กางเต็นท์นอนเชียงใหม่ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม


เที่ยวเพชรบูรณ์ 3 คืน 4 วัน (แคมป์ปิ้ง)

เที่ยวเพชรบูรณ์  ตอนที่ 1 >>>>คืนแรกกางเต็นท์ที่ทุ่งแสลงหลวง 
เที่ยวเพชรบูรณ์  ตอนที่ 2 >>>>นอนที่พระตำหนักเขาค้อ
เที่ยวเพชรบูรณ์  ตอนที่ 3 >>>> น้ำหนาว หนาวจริงๆ





วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560

การแต่งกายในช่วงไว้ทุกข์เดือนตุลาคม 2560 Farewell to Beloved King Bhumibol

การแต่งกายในช่วงไว้ทุกข์เดือนตุลาคม 2560 Farewell to Beloved King Bhumibol 

แนวทางการแต่งกายไว้ทุกข์เดือนตุลาคม 2560 เพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยรัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนแต่งกายชุดดำสุภาพ ในช่วงระหว่างวันที่ 1-29 ตุลาคม 2560

การแต่งกายในช่วงไว้ทุกข์
          - เสื้อ ควรใส่สีดำเป็นหลัก หากมีความจำเป็น สามารถใส่สีขาว สีเทา หรือเป็นสีโทนเรียบ ตัวเสื้อไม่พิมพ์ลายมากจนเกินไป ตัดเย็บแบบสุภาพ แล้วติดริบบิ้นสีดำ ไว้อาลัยที่หน้าอกด้านซ้ายแทนได้ ในส่วนของเครื่องแบบของหน่วยงานใส่ไว้ทุกข์ได้ โดยติดริบบิ้นสีดำไว้ที่แขนเสื้อด้านซ้าย หรือแถบผ้า, ปลอกแขนไว้ทุกข์สีดำ
          - กางเกง ควรเป็นกางเกงขายาว สามารถใส่กางเกงยีนส์ได้ แต่ไม่ควรเป็นกางเกงยีนส์ขาด และควรเป็นสีเข้ม
          - กระโปรง หรือชุดเดรส ควรเป็นชุดที่กระโปรงยาวคลุมเข่า แบบสุภาพเรียบร้อย หากชุดเดรสที่เป็นแขนกุด ควรหาเสื้อนอกสีดำแบบเรียบๆ มาคลุมทับ
          - รองเท้า หุ้มส้นสีดำ - ชุดข้าราชการ, ชุดเจ้าหน้าที่, ชุดปฏิบัติงาน, ชุดนักเรียน-นักศึกษา สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กรนั้นๆ
          *ไม่ควรนำมาสวมใส่เสื้อดำที่มีตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ รัชกาลที่ 9 เพื่อแสดงความอาลัย เนื่องจากถือว่าเป็นการผิดกาลเทศะ เพราะไม่ได้รับพระบรมราชานุญาต
------------------------------
การแต่งกาย กรณีเดินทางไปถวายดอกไม้จันทน์
          - สุภาพบุรุษ สวมเสื้อเชิ้ตสีดำไม่มีลวดลาย กางเกงสแล็คสีดำ ไม่ควรสวมกางเกงยีนส์ สวมรองเท้าหุ้มส้นสีดำ ไม่มีลวดลาย ไม่ควรใส่รองเท้าผ้าใบ
          - สุภาพสตรี สวมชุดสีดำเป็นหลัก เสื้อมีแขน คอไม่กว้าง ไม่รัดรูปจนเกินไป กระโปรงคลุมเข่า ผ้าซิ่น หรือสวมชุดเดรสยาวคลุมเข่า รองเท้คัตชู หุ้มส้นแบบสุภาพปิดด้านหน้าและด้านหลัง สีดำหรือสีเรียบๆ ไม่มีการประดับตกแต่งแวววาว
          - ข้าราชการ แต่งเครื่องแบบตามหมายรับสั่งหรือหมายกำหนดการของพระราชวัง โดยให้ใช้ผ้าสักหลาดหรือผ้าโปร่งสีดำ ขนาดกว้าง 7-10 เซนติเมตร พันแขนซ้ายเบื้องบน
------------------------------
การแต่งกายช่วงวันออกทุกข์ ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2560
          ประชาชนสามารถสวมใส่เสื้อผ้าสีสันได้ตามปกติ หรือเลือกสวมใส่เสื้อผ้าโทนสีสุภาพ ไม่ฉูดฉาดมากเกินไป
ขอขอบคุณภาพจากเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ฯ