วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ใช้ AI อย่างปลอดภัย: คู่มือและเช็กลิสต์สำหรับผู้ใช้งานยุคดิจิทัล

ใช้ AI อย่างปลอดภัย: คู่มือและเช็กลิสต์สำหรับคนทำงานออฟฟิศ นักพัฒนา และนักการตลาด


ในยุคที่ AI กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญในชีวิตประจำวัน หลายคน รวมไปถึงคนทำงานออฟฟิศ นักพัฒนา และสายการตลาด ใช้ AI เพื่อช่วยคิด ช่วยทำงาน หรือช่วยออกแบบระบบ อย่างไรก็ตาม หากใช้ผิดทาง AI ก็อาจสร้างความเสี่ยงได้เช่นกัน

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า AI ช่วยเราได้ดีในเรื่องไหน และควรระวังอย่างไร พร้อมเช็กลิสต์ตรวจสอบตัวเองก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย


🤖 AI ช่วยอะไรเราได้บ้าง (ใช้ได้อย่างเต็มที่) 

1. การเขียนโค้ดและพัฒนาโปรแกรม

สร้างโค้ดเบื้องต้นหรือแก้ไขโค้ด

เสนอแนวทางแก้บั๊ก หรือวิธีใช้ไลบรารีใหม่ ๆ

2. การออกแบบ Flow และระบบอัตโนมัติ (Workflow / Automation)

ช่วยคิดขั้นตอนการทำงานให้ง่ายขึ้น

เสนอไอเดียการใช้เครื่องมือ เช่น Microsoft Power Automate หรือ Zapier

3. งานออฟฟิศและการจัดการข้อมูล

สรุปประชุมเป็นบันทึกสั้น ๆ

ช่วยจัดรูปแบบเอกสาร ตาราง Excel หรืออีเมล

4. งานการตลาดและการสื่อสาร

คิดคอนเทนต์สำหรับโซเชียลมีเดีย

เขียนข้อความโฆษณา คำโปรย หรือเนื้อหา SEO

วิเคราะห์แนวโน้มของลูกค้าจากข้อมูล


สรุป: ในด้าน “โค้ด งานออฟฟิศ ระบบ และการตลาด” → AI คือผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยม ✅


⚠️ AI ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในบางด้าน (ควรระวัง)

1. สุขภาพจิตและร่างกาย

AI ไม่ใช่แพทย์หรือจิตแพทย์ ไม่มีสิทธิ์วินิจฉัยหรือรักษา

ข้อมูลที่ได้อาจคลาดเคลื่อน และไม่รับผิดชอบผลลัพธ์

2. การเงินและกฎหมายที่ซับซ้อน

AI อาจเสนอข้อมูลที่ไม่อัปเดตหรือไม่ตรงกับกฎหมายในประเทศคุณ

ควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น แต่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกที

3. การตัดสินใจที่ส่งผลต่อชีวิต

เช่น การรักษาโรคร้ายแรง, การลงทุนจำนวนมาก, หรือการตัดสินใจทางกฎหมาย


สรุป: ถ้าเป็น “เรื่องชีวิต สุขภาพ และกฎหมาย” → AI ช่วยเป็นข้อมูลเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้แทนผู้เชี่ยวชาญ ❌


📋 เช็กลิสต์ “ใช้ AI อย่างปลอดภัย”


ก่อนจะกด Enter เพื่อถาม AI ลองถามตัวเองสั้น ๆ ว่า…

สิ่งที่ฉันถามเป็น เรื่องข้อมูล/งาน หรือเป็น เรื่องชีวิต/สุขภาพ/กฎหมาย?

คำตอบนี้ฉันสามารถ ตรวจสอบซ้ำ ได้จากแหล่งอื่นไหม?

ถ้าเป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิตหรือการเงิน ฉันได้ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ หรือยัง?

ฉันกำลังใช้ AI เป็น “ผู้ช่วย” หรือเผลอใช้แทน “หมอ/ทนาย/ครูจริง ๆ”?

ฉันพร้อมจะรับผิดชอบการตัดสินใจเอง ไม่โยนให้ AI ตัดสินใจแทนใช่ไหม?


สุดท้ายนี้

AI คือ ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่สามารถทำให้การทำงาน การพัฒนา และการตลาดของเราง่ายขึ้นมาก แต่การใช้งานอย่างปลอดภัย ต้องอาศัย “ภูมิคุ้มกัน” ของผู้ใช้เองเสมอ

ใช้ให้ถูกด้าน → AI = พลังเสริม

ใช้ผิดด้าน → AI อาจกลายเป็นความเสี่ยง


ดังนั้นจงใช้ AI อย่างมีสติ และอย่าลืมว่า มนุษย์จริง ๆ อย่างแพทย์ ทนาย หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ยังจำเป็นในเรื่องที่เกี่ยวพันกับชีวิตเราโดยตรง


🔖 คุณสามารถนำเช็กลิสต์นี้ไปใช้เป็น Guideline ส่วนตัว หรือแชร์ให้เพื่อนร่วมงานและผู้อ่านของคุณ เพื่อสร้างการใช้งาน AI ที่ปลอดภัยในสังคมดิจิทัล


Read More อ่านบทความอื่นๆ 💼 >> ไปที่หน้ารวมบทความ

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ถ้าระบบโปร่งใส ตรวจสอบงบจัดซื้อจัดจ้างได้… เก้าอี้จะแพงไปไหม? ตึกจะถล่มได้หรือเปล่า?

ในบทความก่อนหน้า ฉันได้พูดถึงสิ่งที่พลเมืองธรรมดาคนหนึ่งต้องการจากรัฐ — ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ด้วยเทคโนโลยี

และในบทความนี้ ฉันอยากชวนให้เห็นว่า ที่อื่นนั้น เขาทำกันอย่างไร และทำไมมันถึง “ช่วยได้จริง”

อังกฤษใช้ AI ตรวจสอบงบจัดซื้อจัดจ้างอย่างไร?

สำนักงานกำกับการแข่งขันของอังกฤษ (CMA) ได้ทดลองใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยตรวจสอบ “กระบวนการเสนอราคา” และ “ราคาวัสดุ” ที่หน่วยงานภาครัฐจัดซื้อ

ระบบสามารถ เปรียบเทียบราคาที่บริษัทเสนอ กับราคาตลาดจริง ได้ทันที

หากมีการเสนอราคาสูงผิดปกติ เช่น เก้าอี้ตัวละ 10,000 บาท ในขณะที่ตลาดขาย 1,200 บาท — ระบบจะแจ้งเตือนทันที

ระบบยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของบริษัทที่เสนอราคา ว่ามีรูปแบบที่น่าสงสัยหรือไม่ เช่น สลับกันชนะ, ยิงราคาสูงทุกเจ้า ฯลฯ

“เทคโนโลยีนี้ไม่ได้มาแทนคน แต่ช่วย “ทำให้คนตรวจสอบได้เร็วกว่าเดิมมาก”


ถ้ามองกลับมาที่ไทย: จะช่วยได้แค่ไหน?

ประเทศไทยมีข่าว “ของจัดซื้อแพงผิดปกติ” แทบทุกปี เช่น:

เก้าอี้สำนักงานตัวละหลายหมื่นบาท (ทั้งที่หน้าตาธรรมดามาก)

คอมพิวเตอร์โรงเรียนแพงกว่าท้องตลาดหลายเท่า

อาคาร สตง. หลังใหม่ที่ถล่มลงมา ในขณะก่อสร้าง ซึ่งงบสร้างระดับพันล้าน! — แต่กลับพบว่า อาจใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน

คำถามง่าย ๆ คือ…

ถ้ามีระบบอัตโนมัติที่ตรวจสอบราคา + ตรวจจับความเสี่ยงตั้งแต่ต้น จะเกิดเหตุแบบนี้ไหม?


ถ้าไทยมีระบบแบบอังกฤษ จะเป็นอย่างไร?



ประชาชนไทยต้องการแค่สิ่งง่าย ๆ:

ไม่ต้องเป็นระบบสุดล้ำไฮโซไฮซ้อ แค่…

ราคาสมเหตุสมผล

วัสดุได้คุณภาพ

ไม่มีใครแอบได้ประโยชน์จากภาษีคนอื่น

ถ้ามีปัญหา ต้องตรวจสอบได้จริง


หากเรามีระบบที่ตรวจสอบได้อัตโนมัติ ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ซื้อของ — ไม่ใช่รอจนปัญหาเกิดแล้วค่อยตั้งกรรมการสอบ… เราจะไม่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์แบบตึกถล่มที่ไม่มีใครรับผิดชอบ หรือของราคาเว่อร์ที่ไม่มีใคร เอ๊ะ!?


จากใจพลเมืองคนหนึ่งเลยนะ

ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT หรือก่อสร้าง

แต่ฉันเสียภาษีเหมือนทุกคน และฉันแค่อยากรู้ว่า

“เก้าอี้ตัวนี้แพงไปไหม?”

“ตึกนี้ใช้เหล็กแบบไหน?”


ถ้าคำถามง่าย ๆ แบบนี้ ยังไม่มีคำตอบ…

ถึงเวลาแล้วไหมที่ เทคโนโลยีต้องเข้ามาเป็นด่านหน้า เพื่อให้ความโปร่งใสและยุติธรรมเกิดขึ้นได้จริง


อ้างอิง:  CMA unveils AI-powered tool to combat bid rigging in public procurement (DLA Piper)


Read More อ่านต่อ 💼 >> ไปที่หน้ารวมบทความ


#เสียงของพลเมือง #ภาษีของเรา #โปร่งใสตรวจสอบได้  

#งบประมาณรัฐ #สิทธิของประชาชน #การศึกษาไทย  

#อาหารกลางวันเด็ก #ระบบราชการไทย #ตรวจสอบงบประมาณ  

#ภาษีคือเงินของเรา #ประชาชนอยากรู้ #เทคโนโลยีเพื่อความโปร่งใส  

#รัฐต้องเปลี่ยน #การจัดซื้อจัดจ้าง 



All time Popular Post