วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ทริปบุรีรัมย์ 2 วัน 1 คืน เที่ยวเมืองปราสาทสองยุค ไม่ต้องมีรถส่วนตัว ตอน 2 A Journey to Buriram Thailand

ตอน 2 ต่อจากตอนที่แล้ว


คุณลุงพาไปที่ร้านจิ้งนำ เราก็จัดหนักเลย เพราะหิวมากเดินเที่ยวปราสาทเพลิน ลงมาถึงที่นางรองก็เกือบ 9 โมงละ หิวมือไม้สั่น พอได้ข้าวขาหมูก็กินเรียบสิจ๊ะ ขาหมูอร่อยจริงๆ ไม่รู้เพราะหิวด้วยหรือเปล่านะ แต่เราก็แนะนำ นึกแล้วก็อยากกินอีก นุ่มมาก (กินแล้วนึกถึงขาหมูคาวบอยที่เชียงใหม่เลยค่ะ)

อิ่มแล้วก็ไปขึ้นรถที่ บขส.นางรอง เพื่อต่อรถเข้าตัวเมืองไปหาที่พัก และหาที่เที่ยวต่อ ได้รถตู้ หนองกี่-บุรีรัมย์ ก็นั่งไปประมาณ 30 นาทีก็ถึง ก็จัดแจงหาที่พัก เราเลือกที่พักใกล้กับสถานีรถไฟ ราคาไม่แพงมีอาหารเช้าด้วย อิอิ
แผนที่เที่ยวในอ.เมืองบุรีรัมย์ของเรา คร่าวๆ
พอได้ที่พักใกล้ๆกับสถานีรถไฟแล้ว ก็หิวอีก ก็หาไรกินอีก เป็นลูกชิ้นยืนกินของที่นี่ ใครมาก็ต้องกินอ่ะ เราก็ไม่พลาด แต่เราไม่ยืนกินนะ ซื้อไปกินที่ห้องพักจ้ะ จะได้อาบน้ำ และพักผ่อนสักนิดก่อนจะไปเที่ยวต่อที่สนามไอโมบาย และถนนคนเดิน(ถนนเซาะกราว) ตอนเย็นๆ ค่ำๆ เพราะเที่ยงๆ บ่ายๆนี่ร้อนแดดมากก ไม่ไหวนะ
ที่พักคืนนี้ของเรา เป็นอพาร์ทเม้นเซอร์วิส มีอาหารเช้าบุฟเฟ่ต์
สถานีรถไฟบุรีรัมย์ อยู่ใกล้ๆที่พัก

ลูกชิ้นหน้าสถานีรถไฟ้ น้ำจิ้มอร่อยใช้ได้
พักผ่อนตากแอร์ที่ห้องสักพักใหญ่ๆ บ่ายสามครึ่งเราก็เดินออกมารอรถสองแถวสีชมพู เพื่อไปเที่ยวที่สนามไอโมบาย รถคันนี้พาเราไปเที่ยวได้ถึง เสากระโดงด้วยนะ แต่ทริปเราไม่ได้ไปเนื่องจากคำนวณแล้วเวลาไม่พอแน่ๆ เพราะไปสนามไอโมบายก็เย็นแล้ว เดินแป๊ปๆก็มืด เดินถนนคนเดินก็ค่ำมืดแล้ว ต้องจัดไปเป็นทริปหน้า สำหรับเสากระโดง 
รอรถสองแถว เพื่อนั่งไปลงสนามไอโมบาย นั่งต่อเดียวถึงเลย แต่ก็เลี๊ยวเยอะหน่อย เพราะเป็นรถบริการในพื้นที่
ลงรถสองแถวข้ามถนนมาก็ถึงเลย สะดวกสุดๆ

สวย ค่ำๆ มีดนตรีสดด้วยนะ ที่นี่ ชิลๆมาก บรรยากาศดี น่านั่ง

บรรยากาศบางส่วน
เดินเล่นถ่ายรูปสักพักก็กลับไปเดินบุรีรัมย์ walking street ถนนเซาะกราว

เดินเล่นหาของกิน ชมผ้าไหมที่ตลาดเซาะกราวบุรีรัมย์ คือของประจำถิ่นก็สวย ของกินก็น่ากิน ซื้อหิ้วกลับห้องกันตัวเอียงอ่ะจ้ะ 5555

จากนั้นก็พักผ่อนนอน และตื่นเช้ามากินอาหารเช้าของที่พัก อร่อยใช้ได้เลย รู้สึกอิ่มมาก จนเราต้องไปเดินย่อยด้วยการถ่ายรูปเล่นที่สถานีรถไฟ และบนรางรถไฟ 555(อันนี้ไม่แนะนำ)  แล้วก็กลับไปพักผ่อนที่ห้อง รอเช้คเอาท์ตอนเที่ยง
กินอาหารเช้า แล้วก็มาเดินเล่นที่สถานีรถไฟ บาย บาย วันนี้เค้าจะกลับแล้วนะ ^_^

พอเที่ยงเราก็ออกไปหาของกินต่อซะหน่อยก่อนกลับ เพราะรถทัวร์นครชัยแอร์ออกบ่ายสาม เราก็เสิร์ชกูเกิลเจอร้านก๊วยเตี๊ยวต้มยำกิจงามเลิศ ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเท่าไหร่เลยไปกินเป็นอาหารเที่ยง

อร่อยดี สมคำร่ำลือ
 กินเสร็จแล้วเราไปหาร้านกาแฟนั่งรอรถนครชัยแอร์ออกประมาณบ่ายสาม และตามกำหนดการจะถึงรังสิตประมาณ 6 โมงเย็น
จบละทริปเที่ยวบุรีรัมย์ง่ายๆ ฟินๆ หวังว่าาคงเป็นประโยชน์ให้กับคนที่อยากเที่ยว แต่ไม่มีรถส่วนตัวนะจ๊ะ

แล้วเจอกันอีกทีทริปหน้า....
Bye Bye
--------------------------------

แผนที่ไปกินหมี่ยำกระสัง ของดีจังหวัดบุรีรัมย์








ทริปบุรีรัมย์ 2 วัน 1 คืน เที่ยวเมืองปราสาทสองยุค ไม่ต้องมีรถส่วนตัว ตอน 1 A Journey to Buriram Thailand

ทริปเที่ยวบุรีรัมย์ 2 วัน 1 คืน ไม่มีรถส่วนตัว นั่งรถทัวร์ก็เที่ยวได้จ้ะ

ทริปเที่ยวบุรีรัมย์ 2 วัน 1 คืน ง่ายๆ เที่ยวไม่เยอะ ไม่เมื่อย ไม่เหนื่อย แต่ว่าอรรถรสนะจ๊ะ....

มาดูกันว่าทริปนี้ไปที่ไหนมาบ้าง
  1. อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทหินพนมรุ้ง (ไม่ไปไม่ได้นะ)
  2. ไปกินขาหมูนางรอง ของขี้นชื่อ (อันนี้ไม่กินก็ไม่ได้นะ)
  3. สนามไอโมบาย ของทีมปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ FC
  4. Buriram castle (อยู่ติดสนามบอลไอโมบาย)
  5. เดินถนนเซาะกราว ถนนคนเดินบุรีรัมย์ (มีแค่เสาร์-อาทิตย์)
รถที่สรรหาได้สำหรับทริปนี้ก็คือ รถทัวร์ รถรับจ้าง วินมอไซด์ รถตู้ รถสองแถว..หรือแล้วแต่จะหาได้ ฮ่าฮ่า

เริ่มต้นเลยก็หาวันที่จะเดินทางไปเลือกเสาร์อาทิตย์จะได้ไม่ต้องลางาน จองตั๋วรถทัวร์ล่วงหน้าเลือกไปลงสถานี บขส.นางรองเพื่อเดินทางต่อไปยังอ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมีปราสาทหินพนมรุ้ง และปราสาทหินเมืองต่ำตั้งอยู่ 

ซึ่งแน่นอนเราเลือกเดินทางคืนวันศุกร์เพื่อไปถึงเช้าวันเสาร์ จะได้เที่ยวปราสาทหินพนมรุ้งแต่เช้าเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขี้นก่อนใคร และจะได้ไม่ร้อนด้วย
ขึ้นบขส.รังสิต ประมาณสีทุ่ม เพื่อนอนบนรถ และไปขึ้นเขาตอนเช้า ซึ่งรถวิ่งเร็วมาก ไปถึงก่อนเวลาเกือบสองชม. ทำให้ต้องนอนที่ บขส.นางรองสักพัก เราก็หารถขึ้นไปที่ปราสาทพนมรุ้ง เป็นรถกระบะคุณลุงที่อยู่ที่บขส.นางรอง เหมาไป 600 รวมรอและรับเรากลับมาด้วยโดยจะพาเราไปถึงบนเขา 6 โมงเช้าและปล่อยให้เราเดินเที่ยวอยู่บนนั้นตามสบาย ไม่กำหนดเวลา (ซึ่งแดดร้อนเราก็ต้องลงอยู่แล้ว) 

แผนที่เส้นทางเที่ยวพนมรุ้งแบบคร่าวๆ
ตี 5.30 ลุงก็พาเราขึ้นไปบนเขา (รถทัวร์มีไปลงสถานีพนมรุ้งด้วยนะ แต่จากสถานีนั้นก็ต้องหารถขึ้นเขาไปอีกอยู่ดี เราแนะนำว่า หารถขึ้นเขาที่ บขส.นางรองน่าจะสะดวกกว่านะ)

จุดชมวิวก่อนถึงตัวปราสาท อากาศพอเย็นๆ 
สักพักก็ถึงอุทยานฯ จาก บขส.นางรองมาบนนี้ ก็ประมาณ 30 นาทีได้ ขับยาวๆ

ตัวปราสาทพนมรุ้ง สวย ขลัง บอกเลย ตรงช่องประตูจะมองเห็นศิวลึงค์อยู่ตรงกลาง 
ตามแบบศาสนสถานความเชื่อเรื่องพระศิวะในสมัยขอมนั่นเอง

ขึ้นมาที่ตัวปราสาทแล้ว รอชมพระอาทิตย์ขึ้นพอดี  6 โมงกว่าๆ สวยมั่กๆ อากาศก็ดี๊ดี รู้สึกเหมือนเป็นนางเอกละครพีเรียดยังไง ยังงั้นอ่ะ 

โชคดีมาแต่เช้าไม่มีคนมาบังวิวด้วย ใครอยากได้ภาพสวยๆ ให้มาเช้าๆแบบเรานะ มาเป็นคนแรกเลย ฟิน อากาศไม่ร้อน เดินชมถ่ายรูปสักพักก็ปาเข้าไปเป็นชั่วโมงละ แดดเริ่มแรง นักท่องเที่ยวก็เริ่มเดินทางมาถึงเป็นหมู่คณะ เราก็ออกจากประสาทและ เดินเล่นร้านค้าร้านขายของที่อยู่แถวลานจอดรถเพื่อซื้อของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ก็ให้ลุงพากลับลงไปที่ บขส.นางรอง 

เราเลยสอบถามลุงซึ่งเป็นคนพื้นที่ว่าทางที่กลับผ่านร้านขาหมูไหม เพราะอยากกินขาหมูนางรอง ลุงก็เลยจะพาเราไปลงที่ร้านขาหมูชื่อดังย่านนางรองก่อน 




แผนที่ไปกินหมี่ยำกระสัง ของดีจังหวัดบุรีรัมย์









วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 21 วันที่ 13 - 24 ต.ค. 59 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์



มาแล้ว งานที่หนอนหนังสือรอคอยเตรียมตัวไปหาซื้อหนังสือมาตุนไว้อ่านกันเถอะ 
13 -24 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์การประแห่งชาติสิริกิติ์ เดินกันให้เพลินไปจ้าา

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559

เที่ยวเพชรบูรณ์ ตอนที่ 3 กางเต็นท์ที่อช.น้ำหนาว แวะไหว้พระที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว NamNao National park camping


ปีใหม่ปีนี้ร้อนมาก เข้าป่าไปนอนทุ่งแสลงหลวงมาก็ยังไม่หนาวเลย แค่พอเย็นๆ พอขึ้นไปนอนที่พระตำหนักเขาค้อก็ถึงได้สัมผัสกับอากาศหนาวๆนิดๆ แต่ก็อยากหนาวอีก ฮ่าฮ่า พอดูพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จ เก็บของ อาบน้ำแต่งตัวไป อช.น้ำหนาวทันที (ฟังจากชื่อแล้วคงหนาวน่าดู 555+) 

วิ่งรถไปแวะเที่ยวที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วก่อน สวยอลังวังเวอร์
พระพุทธเจ้าห้าพระองค์ ณ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

วิวจากบริเวณวัดพระธาตุผ่าซ่อนแก้ว
มองผ่านเลนส์(มือถือ)มุมนี้นะ อย่างกับอยู่ลอสแองเจิลลิส อิอิ แบบวิวภูเขาแถวๆฮอลลิวูดอะไรเทือกๆนั้น สวยและประทับใจมาก ไม่ต้องพูดถึงองค์พระหรอกนะ ดูจากภาพกันเอาเอง


กราบพระเสร็จก็แวะร้านกาแฟขึ้นชื่อ แบบว่าราคาหลักร้อย แต่วิวหลักร้าน 555+ เดินเข้าไปเจอคิวยาววววมาก เลยชมวิวแล้วออกเดินทางต่อเลย ไม่อยากถึงอุทยานน้ำหนาวเย็นมากเกินไปเกรงว่าจะกางเต็นท์ไม่ทันเอา และคิดว่าหนทางยาวไกล เดินทางมาครั้งแรกต้องเผื่อเวลาไว้ก่อน
ถึงแล้ว และพบว่ามันช่างสะดวกสบายอะไรอย่างนี้นะ ที่ว่าสะดวกสบายคือมีร้านค้า ร้านขายของ และร้านปิ้งย่างส่งเดลิเวอรี่กันถึงหน้าเต็นท์ ป๊าดดด ดีเฟร่ออ ราคาไม่แน่ใจเพราะไม่ได้ลอง อีกอย่างนะเสบียงเราเยอะมาก นอนคืนสุดท้ายแล้วด้วย ต้องเอามาทำกินให้หมด

สำหรับที่นี่พวกเราให้เป็นที่สุดของความเหน็บหนาว ตอนกลางคืน 11 องศา ออกนอกเต็นท์มีสั่นๆ คือไม่ได้หนาวที่สุดในประเทศ แต่สำหรับสามคืนที่ผ่านมาของพวกเราที่นี่หนาวที่สุด หนาวมาก

ตอนเช้ามืดนั่งบนรถกระบะขึ้นบนภูค้อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น หน้าชาไปเลยจ้า แต่วิวสวยมากเลย




นั่งรถกระบะของเจ้าหน้าที่ไป เก็บคนละ50บาท เราว่าแพงนะทั้งที่ไม่ได้ไกลอะไรเลย แต่คงเพื่อความเป็นระเบียบเพราะถ้าต่างคนต่างเอารถไป ขึ้นๆลงๆเขา คงรถติดและอาจทำให้บางคนพลาดโมเม้นสำคัญตอนดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ได้ ตอนที่ไปเห็นทะเลหมอกเล็กๆ แต่พระอาทิตย์คือสวยมาก ประทับใจ ไม่เสียแรงที่หอบหน้าโทรมๆ ลากสังขารออกมาเจอความหนาวนอกเต็นท์ ละนั่งรถกระบะจนหน้าชาขึ้นเขามาดู 

สำหรับอช.น้ำหนาว เราว่าที่นี่สะดวก กว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เดินทางสะดวกถนนดี ใกล้กรุงเทพ ใครไม่สะดวกพกเตาฟืนเตาไฟมา สั่งหมูกระทะเดลิเวอรี่ไปหน้าเต็นท์เลย เช้ามาพนักงานขับมอไซด์มาเก็บให้ด้วยไม่ต้องล้าง เต็นท์ และผ้าห่มก็มีให้เช่า เรียกว่าสะดวก และปลอดภัยเลยล่ะ

จบละทริปเที่ยวเพชรบูรณ์ปีใหม่สี่วันสามคืนของเรา ใครไม่มีแพลนล่วงหน้าจะเที่ยวง่ายๆแบบพวกเราก็ได้นะ

Bye เจอกันอีกทริปหน้า  


เที่ยวเพชรบูรณ์  >>>> ตอนที่ 2 นอนที่พระตำหนักเขาค้อ

เที่ยวเพชรบูรณ์ ตอนที่ 2 พระตำหนักเขาค้อ Kao Kho Palace


ตอนที่ 2 คืนต่อมา
ออกจากทุ่งแสลงหลวงคืนแรกมาได้พวกเราก็มากางเต็นท์ที่พระตำหนักเขาค้อนอนดูดาวกันต่อที่นี่


ที่นี่กางเต็นท์แบบเรียงไปตามหน้าผาเลยนะ นั่งเล่นนั่งกินหน้าเต็นท์ไป ชมวิวเขาค้อไป ฟินสุดๆ  ดูรีวิวนี้แล้วก็ต้องหาโอกาสมาสัมผัสเองสักครั้ง เพราะภาพที่ถ่ายมาใช้เพียงกล้องมือถือถ่ายเท่านั้น วิวแท้จริงที่อยู่ตรงหน้ามันสวยชื่นใจมากกว่าภาพถ่ายเป็นไหนๆ พระอาทิตย์ที่เป็นดวงเดียวกันทั้งโลกมันก็มีมุมต่างให้เห็น ให้ได้ตื่นตาตื่นใจ

วิวสวยและสดชื่นมาก ยืนชมวิวมองหาที่กางเต็นท์แป๊บเดียวก็หายเหนื่อยแล้ว ออกซิเจนคงเยอะ อากาศดีมากๆ และนี่เป็นวิวหน้าเต็นท์ เป็นไง อยู่บ้านจะได้เห็นอย่างนี้มั้ยล่ะ 555+
และนี่คืออาหารของการแคมป์ปิ้งคืนที่สองของพวกเรา คือกางเต็นท์เสร็จก็ตั้งเตา ทำอาหารเลยตั้งแต่บ่ายๆ ทำเผื่อกินตอนเย็นด้วยเลย เป็นไง มากันสามคนเองนะเนี่ย 555+ จัดเต็มอ่ะ ไม่มีอด



 หากใครไม่สะดวกมาทำกับข้าวแบบพวกเรา ที่นี่มีร้านอาหารสวัสดิการ ร้านกาแฟ และตลาดนัดย่อมๆให้ได้เดินกิน เดินช้อปกันบนเขานี่เลย ไม่ต้องกลัวลำบาก มาเที่ยวทั้งทีจะได้พักผ่อนชาร์ทแบตให้กับตัวเอง

หลังจากเดินชมสวนดอกไม้และช้อบปิ้งตลาดนัดบนภูกันแล้วก็ไปนอนดูดาวต่อ เพราะท้องฟ้ามันโล่งมากดาวเต็มฟ้าเลย อากาศก็เย็นๆ คือฟินมาก วิวกลางคืนสวยมาก เห็นไฟตามวัดตามบ้านตามถนนด้านล่างมันสวยจริงๆ แต่ไม่มีภาพนะ เพราะมีแต่มือถือไปเลยไม่ได้ถ่ายภาพวิวกลางคืน
พระอาทิตย์ขึ้นที่พระตำหนักเขาค้อ

พอเช้ามาก็ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นกันนะ ส๊วย สวยอ่ะ เหมือนได้เห็นเป็นคนแรกในโลกเลย55+(ว่าไปนั่น)

ใครมีโอกาสก็มาพักผ่อนกันได้ ใครไม่มากางเต็นท์ ที่นี่มีห้องพักด้วย เป็นห้องสำหรับผู้ติดตามเสด็จ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวพักได้ มีที่นอน ห้องน้ำในตัว เหมาะสำหรับใครที่จะพาผู้ใหญ่ไปเที่ยวด้วย ระยะทางไม่ไกล และไม่ลำบากมากนัก รถเก๋งก็สามารถขึ้นได้ สบายๆเลย

จบละคืนที่สองของเรา พักผ่อนกันเต็มที่เลย กินอิ่มนอนหลับสัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติสุดๆ 
คืนต่อไปคืนสุดท้ายของทริปนี้ เราอยากนอนกันหนาวๆ เลยหาข้อมูลว่าจะเข้าไปเที่ยวในเมืองเขาค้อเพื่อชมวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว แล้วจิบกาแฟที่ร้านโมอาย ริมเขา และมุ่งไปตั้งแคมป์ต่อที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อิอิ...

เที่ยวเพชรบูรณ์ >>>>> ตอนที่ 3 นอนที่น้ำหนาว หนาวจริงๆ

เที่ยวเพชรบูรณ์ >>>>> ตอนที่ 1 คืนแรกกางเต็นท์ที่ทุ่งแสลงหลวง



เที่ยวเพชรบูรณ์ ตอนที่ 1 คืนแรกกางเต็นท์ที่ทุ่งแสลงหลวง ThungSalangLuang National Park

สัมภาระของเรา(คนเดียว) สำหรับทริปเพชรบูรณ์ 4 วัน 3 คืน 
ปีใหม่ที่ผ่านมาคืนแรกเลยตั้งใจจะไปนอนกางเต็นท์ดูทะเลหมอกที่ภูทับเบิก ไม่ก็แถวที่ว่าการไปรษณีย์เขาค้อ แต่ก่อนไปถึงก็แวะซื้อของกินที่ไร่กำนัลจุลก่อน เพื่อตุนของกินสำหรับคืนแคมป์ปิ้งของพวกเรา ฮ่าฮ่า


และได้มีโอกาสพูดคุยกับแม่ค้าพ่อค้าก็ที่ไร่ฯ ซึ่งให้คำแนะนำพวกเราว่า อย่าริไปขึ้นภูทับเบิกคืนเคาท์ดาวเลย แออัด วัยรุ่นเยอะ และแนะนำให้ไปนอนที่ทุ่งแสลงหลวงก่อนเพราะพื้นที่กว้างใหญ่ เพียงพอไม่จอแจ จะทำกับข้าวนอนดูดาวก็ฟินกว่า ส่วนทะเลหมอกน่ะ ถ้าโชคไม่ดีก็อาจไปไม่เจออยู่ดี พวกเราก็รับฟังและรีบบึ่งไปทุ่งแสลงหลวงทันทีเนื่องจากเราต้องรีบไปตั้งแคมป์ และทำกับข้าวกินกัน ชิว ชิว ซึ่งหากใครไม่ทำกับข้าวปิ้งย่างก็คงไม่ซีเรียส
คืนแรกของการแคมป์ปิ้ง 
ตัดสินใจไม่ผิดนะที่มาที่นี่สำหรับคืนแรกของการเที่ยวในวันหยุดยาว ที่ทุ่งแสลงหลวงบรรยากาศดี อากาศสดชื่น ไม่หนาวมากและมีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์เยอะจริงๆ ห้องน้ำห้องท่าก็มีบริการเพียงพอ ต่อให้เป็นคืนเคาท์ดาวน์ก็ไม่แออัด แต่ให้บรรยากาศที่ดี อบอุ่นๆ

กางเต็นท์เสร็จ ก็ทำอาหารกลางวันกินกัน เบาๆ
เผากุ้ง ทำน้ำจิ้ม ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่างวิเชียรบุรี เบาๆ .......(เบาตรงไหนเนี่ย!)
เดินเล่นชมบรรยากาศ ถ่ายรูป

ตอนเย็นเอาหม้อหุงข้าวไปหุงข้าวที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งที่นี่มีพี่ๆทหารคอยอำนวยความสะดวก มีเต็นท์และที่นอน ผ้าห่มให้เช่าด้วยค่ะ และหากใครจะส่องสัตว์ตอนกลางคืนให้สอบถามได้ที่นี่เช่นกัน

กับข้าวตอนเย็น มีไข่น้ำ กุ้งผัดกะปิ และข้าวกล้องหุงขึ้นหม้อเพื่อสุขภาพ 5555+ ไม่เสียแรงที่หอบหิ้วหม้อหุงข้าวไป เวลาที่พวกเราและเพื่อนๆมาแคมป์ปิ้งกันทีไรก็กินกันแบบนี้ล่ะ นั่งคุยนั่งเล่นชมบรรยากาศกันไป ยิ่งแบบปีนึงจะเจอกันทีนะ คุยยาวววว กินไปคุยไป เพลินจริงๆ เน้นกินอิ่ม นอนหลับ ฮ่าฮ่าฮ่า

นี่แค่คืนแรกนะ คืนที่สองเราเปลี่ยนที่นอนละ ไปกางเต็นท์นอนที่พระตำหนักเขาค้อ



All time Popular Post