แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การลงทุน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การลงทุน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568

จัดพอร์ตลงทุนเล็ก ๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนสายใจเย็น

EP.10: จัดพอร์ตลงทุนเล็ก ๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนสายใจเย็น

ไม่ใช่ทุกคนที่อยาก “รวยเร็ว” บางคนแค่ต้องการ “มั่นคงในแบบของตัวเอง” ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ใจเย็น ไม่กลัวการรอ และอยากลงทุนแบบเบา ๆ บทความนี้เหมาะกับคุณค่ะ

📌 เป้าหมายของพอร์ตเล็ก ๆ สำหรับสายใจเย็น

  • ไม่เสี่ยงสูง
  • เงินต้นค่อย ๆ โต
  • เหมาะกับคนไม่มีเวลาเฝ้าตลาด
  • เข้าใจได้ง่าย ทำซ้ำได้ทุกเดือน

📊 ตัวอย่างพอร์ตสำหรับงบเดือนละ 1,000 บาท*

หมวดลงทุน สัดส่วน จำนวนเงิน วัตถุประสงค์
Gold Wallet 40% 400 บาท สะสมทองระยะยาว
กองทุนรวมตลาดเงิน 30% 300 บาท เก็บสำรองฉุกเฉินแบบมีดอกเบี้ย
สลากออมสิน/ธ.ก.ส. 20% 200 บาท ลุ้นรางวัลรายเดือน เงินต้นไม่หาย
เงินสดสำรอง 10% 100 บาท ไว้ใช้ในเดือนฉุกเฉิน
*แต่ละแพลทฟอร์มอาจจมีขั้นต่ำในการซื้อ เช่นกองทุนรวมขั้นต่ำ500บาท หากงบยังน้อยให้ทยอยออมแบบหยอดกระปุก เมื่อครบก้อนแรกก็เปิดพอร์ตแล้วทยอยซื้อตามแผน 

💡 แนวคิดของพอร์ตนี้

✅ ไม่เน้นกำไรสูงสุด แต่เน้นความรู้สึก “อุ่นใจ”
✅ สามารถปรับตามงบจริง เช่น เดือนละ 500 ก็แบ่งสัดส่วนแบบเดียวกันได้
✅ เหมาะกับคนที่ยังใหม่กับการลงทุน แต่อยากเริ่มอย่างไม่กดดันตัวเอง

💬 ผู้เขียนเริ่มต้นพอร์ตเล็กแบบนี้จริง ๆ แล้วค่อย ๆ ขยับเพิ่มสัดส่วนที่ชอบขึ้นเมื่อมั่นใจมากขึ้น

🧭 อย่าลืมเป้าหมายของคุณเอง

  • คุณอาจไม่ได้อยาก “รวย” แต่แค่อยาก “ไม่ลำบาก” ในวันข้างหน้า
  • พอร์ตเล็กวันนี้ = วินัยที่ใหญ่ในอนาคต
  • คุณไม่ต้องทำให้เหมือนใคร ขอแค่ “เริ่มในแบบของคุณ” ก็พอ

📝 EP นี้คือบทส่งท้ายของซีรีส์ “มนุษย์เงินเดือนอยากเริ่มลงทุน” ขอบคุณที่เดินทางเรียนรู้มาด้วยกัน หากบทความเหล่านี้ช่วยให้คุณเริ่มลงทุนได้จริง นั่นคือเป้าหมายของผู้เขียนค่ะ 💛

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ลงทุนแล้ว แต่ไม่เห็นผล… เราทำผิดตรงไหน?

EP.9: ลงทุนแล้ว แต่ไม่เห็นผล… เราทำผิดตรงไหน?

คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม?

💬 “ลงทุนมาหลายเดือนแล้ว แต่ทำไมเงินก็ยังดูไม่โตขึ้นเลย?”

ไม่ต้องกังวลค่ะ คุณไม่ได้ล้มเหลว และคุณไม่ได้อยู่คนเดียว ความจริงแล้วมีคนอีกมากมายที่รู้สึกแบบเดียวกัน เพราะการลงทุนไม่ใช่เวทมนตร์ แต่คือ “กระบวนการระยะยาว” ที่ต้องอาศัยความเข้าใจ + ความสม่ำเสมอ

🔎 5 เหตุผลที่ทำให้เรา "ยังไม่เห็นผล"

  • 1. ลงทุนไม่นานพอ
    หลายคนเพิ่งเริ่มลงทุนได้ไม่กี่เดือน แต่คาดหวังผลตอบแทนเหมือนฝากประจำ 3 ปี → การลงทุนต้องการ “เวลา” โดยเฉพาะการ DCA กับกองทุน, หุ้น หรือสะสมทอง
  • 2. หวังผลเร็วเกินไป
    ถ้าเราคาดหวัง 10% ต่อปีในเดือนที่ 2 อาจผิดหวัง → ปรับความคาดหวังให้สมจริง คือ “สะสมก่อน ให้ดอกผลทีหลัง”
  • 3. ลงทุนโดยไม่รู้จุดประสงค์
    ซื้อเพราะคนอื่นซื้อ / เห็นเขาบอกว่าดี → ลองตั้งเป้าหมายเล็กๆ ของเราเอง เช่น เก็บทองไว้แต่งงาน หรือมีพอร์ตสะสมเพื่อเรียนรู้
  • 4. ไม่จดบันทึก/ไม่ติดตาม
    ไม่รู้ว่าเราซื้ออะไรบ้าง ซื้อตอนไหน เท่าไหร่ → การลงทุนที่ไม่มีการจด = การเดินทางโดยไม่รู้ทิศ
  • 5. หยุดกลางทาง
    พอไม่เห็นผลใน 2–3 เดือน ก็หยุด DCA ทันที → เหมือนคุณวิ่งได้ครึ่งทางแล้วหันหลังกลับ ทั้งที่เส้นชัยอยู่ข้างหน้า

💛 อย่าท้อ… เพราะคุณเริ่มแล้ว นั่นแหละคือชัยชนะแรก

แค่คุณเริ่มลงทุน เท่ากับคุณได้ก้าวล้ำหน้าตัวคุณในอดีตไปแล้วหนึ่งก้าว ไม่มีใครลงทุนได้สมบูรณ์ตั้งแต่เดือนแรก สิ่งสำคัญคือ “ทำต่อไป” และ “ปรับตามจริง” เมื่อเข้าใจมากขึ้น

🌱 การลงทุนเหมือนการปลูกต้นไม้ — วันนี้อาจยังไม่งอก แต่รากกำลังโตเงียบ ๆ ใต้ดิน

📌 ถ้าอยากเริ่มต้นใหม่แบบไม่กดดันตัวเอง

  • ย้อนอ่าน EP1–EP8 เพื่อทบทวนแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง
  • ตั้งเป้าใหม่เล็กลง เช่น เดือนละ 500 บาทก็พอ
  • จดบันทึกใน Google Sheet / สมุด หรือ Notion
  • อย่าลืมให้กำลังใจตัวเองด้วยนะ!

📝 ผู้เขียนเองก็เคย DCA ไป 3 เดือนแล้วหยุด จนวันหนึ่งกลับมาอ่านเป้าหมายของตัวเองอีกครั้ง… แล้วก็เริ่มใหม่ด้วยความมั่นใจ

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ซื้อทองสะสมระยะยาว ควรเก็บแบบไหนดี? ทองจริง, Gold Wallet, หรือกองทุน


EP.8: ซื้อทองสะสมระยะยาว ควรเก็บแบบไหนดี? ทองจริง, Gold Wallet, หรือกองทุนทอง?

ถ้าคุณตั้งใจจะซื้อทองเพื่อ เก็บสะสมระยะยาว คำถามต่อมาคือ… ควรเก็บทองแบบไหนดี? ระหว่าง:

  • 💰 ทองคำแท่งจริง (แบบจับต้องได้)
  • 📱 Gold Wallet (ทองดิจิทัล)
  • 📈 กองทุนทอง (ซื้อทองผ่านตลาดทุน)

มาดูกันค่ะว่าแต่ละแบบมีข้อดี–ข้อควรระวังอย่างไร

📊 ตารางเปรียบเทียบ: ทองจริง vs Gold Wallet vs กองทุนทอง

หัวข้อ ทองจริง Gold Wallet กองทุนทอง
ของอยู่กับตัว ✅ ❌ ❌
ปลอดภัยจากการโจรกรรม ❌ ✅ ✅
ค่ากำเหน็จ มี ไม่มี ไม่มี
สามารถซื้อทีละน้อย ได้ (แต่ราคาสูง) ✅ ✅
ขายคืนง่าย ปานกลาง
(ขึ้นกับร้านทอง)
✅
(ขายในแอปได้ทันที)
✅
(ขายผ่านแอปลงทุน)
ได้ทองจริง ✅ ✅
(ขอรับทองได้ตามเงื่อนไข)
❌

🎯 แล้วมือใหม่ควรเลือกแบบไหนดี?

  • ✅ Gold Wallet เหมาะกับคนงบน้อย อยากสะสมระยะยาว และไม่อยากถือทองจริง
  • ✅ กองทุนทอง เหมาะกับคนที่อยากลงทุนผ่านแอปธนาคาร, DCA ง่าย และซื้อขายคล่อง
  • ✅ ทองจริง เหมาะกับคนที่อยาก “เห็นทอง” และไม่กลัวเรื่องค่ากำเหน็จหรือความยุ่งยาก
💬 ผู้เขียนเองเริ่มจาก Gold Wallet เพราะไม่มีทองให้ถือ แต่มีทองให้ขาย และทยอยเปลี่ยนเป็นทองจริงเมื่อมีทุนมากขึ้น อีกช่องทางคือกองทุนรวมทองแบบมีปันผลทยอยซื้อเก็บหากกองทุนดีก็ได้ปันผลพอเป็นค่าขนมนิดหน่อย

📌 ข้อมูลเปรียบเทียบนี้มาจากประสบการณ์ผู้เขียน, แหล่งข่าวทองคำ, และข้อมูลบนแอปเป๋าตัง / บลจ.ชั้นนำ

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568

เริ่มต้นลงทุนอะไรดี เมื่อมีงบเดือนละ 500–1,000 บาท?


EP.7: เริ่มต้นลงทุนอะไรดี เมื่อมีงบเดือนละ 500–1,000 บาท?

ใครว่าเริ่มลงทุนต้องมีเงินเป็นหมื่นเป็นแสน? ความจริงแล้ว ถ้าคุณมีเงินแค่ 500 – 1,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนเพื่ออนาคตได้จริง ๆ

ไม่ต้องเสี่ยงสูง ไม่ต้องเข้าใจศัพท์ยาก เราขอแนะนำตัวเลือกที่มือใหม่งบน้อยก็เริ่มได้เลย ⬇️

🟡 1. สะสมทองคำผ่าน Gold Wallet จากสถาบันที่น่าเชื่อถือ

  • ซื้อทองคำแท่งในหน่วยย่อยผ่านแอปเป๋าตัง/แอปร้านทองที่น่าเชื่อถือ
  • ไม่มีค่ากำเหน็จ
  • เริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักร้อย
  • เหมาะกับคนที่อยากสะสมทองในระยะยาว

🟢 2. ลงทุนในกองทุนรวม

  • มีให้เลือกหลายประเภท: กองทุนตลาดเงิน, หุ้น, ทอง, ตราสารหนี้
  • เริ่มต้นขั้นต่ำบางที่แค่ 500 บาท
  • สามารถซื้อผ่านแอปของธนาคารหรือแอปลงทุน เช่น Streaming, Finnomena
  • ควรเลือกกองทุนความเสี่ยงต่ำ–กลาง ถ้ายังไม่แน่ใจ

🔵 3. ซื้อหุ้นปันผล (DCA แบบหุ้น)

  • ถ้าเปิดพอร์ตหุ้นแล้ว สามารถ DCA หุ้นรายเดือนด้วยงบไม่มากได้
  • เลือกหุ้นที่มีปันผลสม่ำเสมอ เช่น หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค / ธนาคาร
  • มีความเสี่ยงสูงกว่าทองหรือกองทุนรวม

🟣 4. ซื้อสลากออมสิน / ธ.ก.ส.

  • เหมือนฝากเงินแบบลุ้นรางวัล
  • เงินต้นไม่หาย ถ้าถือครบกำหนด
  • มีลุ้นรางวัลใหญ่ทุกเดือน
  • เหมาะกับคนที่ “เก็บก่อน” แล้วค่อยหาทางต่อยอดภายหลัง

💡 สรุป: เริ่มได้เลย ไม่ต้องรอพร้อม

เงินเดือน 15,000 บาท ก็เริ่มลงทุนได้ ถ้าแบ่งแค่ 500 บาทต่อเดือน สิ่งสำคัญคือ ลงมือทำให้สม่ำเสมอ มากกว่ารอให้ “พร้อมเต็มที่”

💬 ลงทุนเดือนละ 500 บาท = ปีละ 6,000 บาท ผ่านไป 5 ปี คุณมีเงินสะสม 30,000+ บาท แบบไม่รู้ตัว

📌 ข้อมูลบทความนี้เขียนโดยอิงจากประสบการณ์จริงของมนุษย์เงินเดือนที่เริ่มจาก 500 บาท และเรียนรู้ไปพร้อมกัน

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568

รู้จักความเสี่ยงก่อนลงทุนจริง — เพราะเงินเดือนเรามีแค่เดือนละครั้ง


EP.5: รู้จักความเสี่ยงก่อนลงทุนจริง — เพราะเงินเดือนเรามีแค่เดือนละครั้ง🥹

หลายคนเริ่มต้นลงทุนจากคำว่า “อยากให้เงินงอก” แต่ถ้ายังไม่รู้จัก “ความเสี่ยง” ของการลงทุนแต่ละแบบเลย เงินอาจจะ “หด” แทนที่จะ “โต” ได้เหมือนกันนะคะ 🥲

🔎 ความเสี่ยงมีหลายแบบ รู้จักไว้ก่อนจะลงเงิน

  • เสี่ยงจากราคาขึ้นลง เช่น ทอง หุ้น กองทุนรวม
  • เสี่ยงจากสภาพคล่อง เช่น ซื้อไว้แล้วถอนคืนยาก ขายไม่ออก
  • เสี่ยงจากผู้ให้บริการ เช่น บริษัทปิดกิจการ หรือไม่มีประกันคุ้มครอง
  • เสี่ยงจากตัวเราเอง เช่น ลงเยอะเกินไป ลืมจ่ายบัตรเครดิต ฯลฯ

📊 เปรียบเทียบการลงทุนยอดฮิต VS ความเสี่ยง

ประเภท เสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย
หุ้นเดี่ยว ✅ ❌
กองทุนรวม บางประเภท ✅ (พวกตลาดเงิน)
ทองคำ (จริง/ดิจิทัล) ✅ (ราคาผันผวน) ✅ (ถ้าระยะยาว)
สลากออมสิน ❌ ✅
ฝากประจำ/บัญชีดอกเบี้ยสูง ❌ ✅

💡 คำถามง่าย ๆ ก่อนเริ่มลงทุน

  • คุณรับได้ไหมถ้าขาดทุน 10%?
  • คุณโอเคไหมถ้าเงินนี้ต้องล็อคไว้ 3 ปี?
  • ถ้าเงินหายครึ่งนึง คุณจะกระทบการใช้ชีวิตไหม?
  • เงินที่ใช้ลงทุน “ไม่ใช่เงินกินอยู่ใช่ไหม?”
💬 ผู้เขียนเองเคยลงทุนแบบไม่รู้ความเสี่ยงมาแล้ว สุดท้ายต้องถอยออกมานั่งถอนหายใจ พอรู้จักความเสี่ยงชัดเจน ก็รู้เลยว่า "เราเหมาะกับแบบไหน"

ความเสี่ยงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่มันจะน่ากลัวก็ต่อเมื่อ “เราไม่รู้ว่ากำลังเสี่ยงอยู่กับอะไร” เท่านั้นเองค่ะ

🎯 บทสรุปของตอนนี้

  • ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แม้แต่ “ไม่ลงทุน” ก็เสี่ยงเงินเฟ้อ📈
  • คุณควรรู้ว่า “ตัวเองรับความเสี่ยงได้แค่ไหน” ก่อนลงทุนจริง
  • อย่าลงเงินเพราะเห็นคนอื่นทำแล้วรวย — แต่ลงเงินเพราะรู้จัก “ตัวเอง” ต่างหาก💪

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568

DCA ทองคำคืออะไร? งบน้อยก็สะสมได้


EP.4: DCA ทองคำคืออะไร? งบน้อยก็สะสมได้

ถ้าคุณเคยคิดว่า “อยากเริ่มลงทุนทองคำ แต่เงินยังไม่เยอะ” — ขอแสดงความยินดี เพราะ วิธี DCA อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังหาอยู่

📌 DCA คืออะไร?

DCA ย่อมาจาก Dollar-Cost Averaging หรือแปลตรงๆ ว่า “เฉลี่ยต้นทุนด้วยเงินที่เท่ากัน”

พูดง่ายๆ คือการ “ซื้อทองคำในจำนวนเงินเท่ากันทุกเดือน” ไม่ว่าราคาทองจะขึ้นหรือลง — เราก็ยังซื้อในจำนวนเงินเท่าเดิม

💡 ทำไม DCA ถึงเหมาะกับมนุษย์เงินเดือน?

  • ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่
  • ลดความเสี่ยงจากการซื้อทองตอนราคาสูง
  • เปลี่ยนเงินออมเล็กๆ ให้กลายเป็นทรัพย์สินในอนาคต
  • ทำเป็นนิสัยได้ง่าย คล้ายการออมประจำ

📊 ตัวอย่างการ DCA ทองคำ

สมมุติคุณลงทุนเดือนละ 500 บาท ผ่าน Gold Wallet (ซื้อเป็นสัดส่วนทองคำแท่ง) ทุกวันที่ 15 ของเดือน:

  • เดือน ม.ค. ราคาทอง 52,000 → ได้ทอง 0.0096 บาท
  • เดือน ก.พ. ราคาทอง 51,000 → ได้ทอง 0.0098 บาท
  • เดือน มี.ค. ราคาทอง 53,000 → ได้ทอง 0.0094 บาท

แม้ราคาจะขึ้นลง แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะได้ทองเฉลี่ยตามต้นทุนโดยรวม ไม่ต้องพยายาม “จับจังหวะตลาด”

💬 ทริคส่วนตัวของผู้เขียนคือ ตั้งแจ้งเตือนทุกวันที่ 15 เพื่อโอนซื้อทองทีละนิด — มองไม่เห็นทอง แต่ทองก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจริง

 

📎 ใช้กับ Gold Wallet ได้เลย

Gold Wallet ในแอปเป๋าตัง ช่วยให้คุณ DCA ได้ง่าย เพราะ:

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อ
  • สามารถเริ่มซื้อจำนวนน้อยๆ ได้
  • มีระบบรายงานยอดทองที่คุณถือไว้เสมอ
  • มีระบบตั้งรายการซื้อขายล่วงหน้าภายในวันได้แล้ว

เหมาะมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยาก “ลงทุนแบบเบาๆ” แต่มีเป้าหมายในใจ

📌 ข้อมูลอ้างอิงจาก: ประสบการณ์ผู้เขียน + ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น (ไม่ได้รวมภาษีหรือค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด)

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568

ทองคำแท่ง VS ทองรูปพรรณ – แบบไหนเหมาะกับคนเริ่มต้น?

EP.3: ทองคำแท่ง VS ทองรูปพรรณ – แบบไหนเหมาะกับคนเริ่มต้น?

เมื่อพูดถึงการลงทุนทองคำ คำถามยอดฮิตข้อแรกของใครหลายคนคือ…

"จะซื้อทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ แบบไหนดีกว่ากัน?"

ความจริงแล้ว ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคุณว่าอยาก “เก็บเพื่อลงทุน” หรือ “ซื้อไว้เผื่อใส่/ขายได้ในอนาคต”

🔍 เปรียบเทียบทองคำแท่ง vs ทองรูปพรรณ

หัวข้อ ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ
ค่ากำเหน็จ ไม่มี หรือมีน้อยมาก มีค่ากำเหน็จ ~400–1,000+ บาท
ราคาขายคืน ได้ราคาสูงกว่ารูปพรรณ มักโดนหักเพิ่มตอนขายคืน
เหมาะกับ นักลงทุนระยะกลาง–ยาว ผู้ที่อยากใส่เป็นเครื่องประดับด้วย
ขนาดเริ่มต้น มักเริ่มที่ 0.1 บาท, 1 บาท เริ่มได้ตั้งแต่ 1 สลึง (0.25 บาท)
ความสะดวกในการซื้อ ซื้อผ่าน Gold Wallet ได้ทันที ต้องไปที่ร้านทอง หรือสั่งทำ

🎯 แล้วมือใหม่ควรเลือกแบบไหนดี?

ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการลงทุนทองคำแบบเก็บยาว หวังผลตอบแทนจากราคาทองในอนาคต ทองคำแท่ง มักจะตอบโจทย์กว่า เพราะไม่เสียค่ากำเหน็จและขายคืนได้ราคาดีกว่า

แต่ถ้าคุณอยากใส่ทองด้วย ลงทุนไปด้วย หรืออยากให้ทองเป็นของขวัญแบบมีคุณค่า ทองรูปพรรณ ก็ไม่ผิดค่ะ แค่ต้องเข้าใจว่าราคาขายคืนจะน้อยกว่าทุน

💬 ผู้เขียนเองก็เริ่มจากทองคำแท่ง 1 บาทใน Gold Wallet — ไม่มีทองให้เห็น แต่มีทองให้ขาย!

📌 อ้างอิงข้อมูลจาก: สมาคมค้าทองคำ, ร้านทองทั่วไป และประสบการณ์ตรงของผู้เขียน

📚 ย้อนดูทุกตอนในซีรีส์นี้

รวมลิงก์ทุกบทความในชุด “มนุษย์เงินเดือนอยากเริ่มลงทุน” ไว้ที่เดียว

👉 เปิดดูซีรีส์ทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สกุลเงิน BRICS คืออะไร ใครก่อตั้ง BRICS Currency

 

สกุลเงิน BRICS 

คือสกุลเงินที่กำลังวางแผนจะสร้างขึ้นโดยกลุ่มประเทศ BRICS ซึ่งประกอบด้วย 

บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน และแอฟริกาใต้ เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มทางเลือกในการชำระเงินและสำรองสกุลเงินระหว่างประเทศ






ข่าวล่าสุด

ในเดือนมกราคม 2023, ผู้นำของกลุ่ม BRICS 5 ประเทศจะมีการประชุมซัมมิตที่แอฟริกาใต้ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการขยายสมาชิกของ BRICS, การใช้เงินสกุลท้องถิ่นเพื่อค้าขายกันเอง, และการสร้างเงินสกุลร่วม (common currency) ของ BRICS

สืบเนื่องมาจากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2022, จีนได้แสดงความสนใจในการเข้าร่วม BRICS เพื่อหาทางเลือกใหม่ในการชำระเงินโดยไม่ต้องผ่าน SWIFT, เพื่อตอบโต้การใช้อำนาจของสหรัฐฯ จากการใช้เงินดอลลาร์

More


CR.

1. thestandard.co

2. thinkaboutwealth.com

วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

การใช้ NFT เพื่อการเก็บรักษาสินทรัพย์มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่? --NFT blockchain

 


การใช้ NFT เพื่อการเก็บรักษาสินทรัพย์มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่?

- NFT ส่วนใหญ่ใช้ Ethereum blockchain เพื่อยืนยันการโอนความเป็นเจ้าของของสินทรัพย์ดิจิทัล. Ethereum blockchain ใช้ระบบ Proof of Work (PoW) เพื่อสร้างและยืนยันแต่ละบล็อกใหม่. PoW คือกระบวนการที่คอมพิวเตอร์ในเครือข่าย (เช่นนักขุด) ต้องแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ซับซ้อนเพื่อได้รับสิทธิ์ในการเพิ่มบล็อกใหม่ลงในบล็อคเชน. กระบวนการนี้  ใช้พลังงานจำนวนมาก  และถ้าพลังงานที่ใช้มาจากแหล่งที่  ปล่อยก๊าซเรือนกระจก  เช่นถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ หรือน้ำมันดิบ จะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

- NFT เป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกรรมบน Ethereum blockchain ซึ่ง ไม่ชัดเจนว่ามันทำให้ปริมาณพลังงานที่คอมพิวเตอร์ต้องใช้ เพิ่มขึ้น เท่าไหร่. แต่เป็นไปไม่ได้เลยว่าผลกระทบจาก NFT จะเป็นศูนย์ เพราะ NFT เป็นการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องการการยืนยันจากบล็อคเชน. ดังนั้น NFT  มีผลกระทบ  ต่อการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ Ethereum blockchain

- NFT สามารถเป็นมิตร  กับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นได้โดยการใช้ Ethereum blockchain ที่  ไม่ใช้ PoW  เช่น Ethereum 2.0 ที่ใช้ Proof of Stake (PoS) เป็นแทน  PoS เป็นกระบวนการที่คอมพิวเตอร์ในเครือข่าย (เช่น validators) ต้อง  วางเงินประกัน  เพื่อได้รับสิทธิ์ในการเพิ่มบล็อกใหม่ลงในบล็อคเชน  กระบวนการนี้ใช้พลังงานน้อยกว่า  PoW และ  ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ นอกจากนี้ NFT ยังสามารถใช้บล็อคเชนอื่นที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น Tezos, Flow, Cardano เป็นต้น


Cr.

ecommerce-platforms

sdperspectives, sdperspectives

วันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

NFT คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร -- NFT or Cryptocurrency

  

NFT และ Cryptocurrency

เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้ blockchain เป็นพื้นฐาน แต่มีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้านความแตกต่างหลัก ๆ คือ:

Cryptocurrency เป็น  Fungible Token  ซึ่งหมายความว่าสามารถแลกเปลี่ยนหรือทดแทนกันได้ เช่น 1 BTC เท่ากับ 1 BTC เสมอ. 

NFT เป็น  Non-Fungible Token  ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือทดแทนกันได้ เพราะมีคุณลักษณะเฉพาะตัว ไม่ซ้ำกัน. เช่น ภาพวาด NFT ของศิลปินคนหนึ่งอาจมีมูลค่าไม่เท่ากับภาพวาด NFT อื่น ๆ ของเขา

NFT มีประโยชน์ต่าง ๆ อย่างไร?

- NFT เป็น สินทรัพย์ดิจิทัล ที่สามารถแสดงความเป็นเจ้าของในผลงานดิจิทัลได้ เช่น ศิลปะ, เกม, เพลง, วีดีโอ, tweet, domain name, collectibles เป็นต้น NFT ช่วยให้ผู้สร้างผลงานได้รับผลตอบแทนและผู้สะสมได้รับความพิเศษ rarible, Foundation, SuperRare เป็นต้น

- NFT เป็น โทเค็นที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือทดแทนกันได้ เพราะมีคุณลักษณะเฉพาะตัว ไม่ซ้ำกัน NFT ช่วยให้ผู้สร้างผลงานได้รับการยืนยันความเป็นเจ้าของแบบไม่สามารถปลอมแปลงได้ และผู้สะสมได้รับการรับรองความเป็นเจ้าของแบบไม่สามารถถูกขโมยได้.

- NFT เป็นโอกาสใหม่ในการลงทุน ที่สามารถซื้อขายทำกำไรโทเค็นเพื่อเพิ่มมูลค่าได้ NFT ช่วยให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนจากการซื้อขายผลงานดิจิทัลที่หายากหรือมีคุณค่าพิเศษNFT ยังช่วยให้ผู้ลงทุนลดต้นทุนการถือครองของสะสมหรือผลงานศิลปะในรูปแบบที่จับต้องได้อย่างไม่จำเป็น

- NFT เป็นการใช้บล็อกเชนให้อยู่ในชีวิตประจำวัน ที่สามารถใช้ในการแสดงตัวตน, การโอ้อวด, การเข้าร่วมกิจกรรม, การสื่อสาร, การเชื่อมโยง, การสร้าง DeFi (Decentralized Finance) เป็นต้นNFT ช่วยให้ผู้ใช้ได้อิสระในการเลือกและใช้ผลงานดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อแสดงความเป็นตัวของตัวเอง หรือเพื่อเข้าร่วมกับผู้อื่นในโลกออนไลน์


 💰💸 💰 💰 💰 💰 💰

Cr.

blog.containerize

techsauce

moneybuffalo

bing.com 

 

วันพุธที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ทำความรู้จักสกุลเงินดิจิตอลในพอร์ตของ"พิธา" ว่าที่นายกฯ คนที่ 30 ของไทย Crypto portfolio

ตอนนี้ว่าที่นายกฯเป็นข่าวได้ตลอด วันนี้ก็ทำให้เราอยากรู้จักคริปโตของคุณพิธาว่ามันคืออะไร


มาทำความรู้จักกับสกุลเงินดิจิตอล และอัพเดทว่าราคามันไปถึงไหนแล้วนะ

เริ่มที่

BTC หรือ Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิตอลสกุลแรกของโลกและเป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในปัจจุบันบิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก และมูลค่าของบิตคอยน์ที่หมุนเวียนในระบบกว่า 17 ล้านเหรียญที่ถูกขุดออกมาแล้ว (จากทั้งหมด 21 ล้าน) มีมูลค่าเกินครึ่งของมูลค่าตลาดคริปโทโลก .


 



ETH หรือ Ethereum เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Vitalik Buterin ใช้เทคโนโลยี Blockchain เช่นเดียวกับ Bitcoin แต่ Ethereum มีความสามารถในการสร้าง Smart Contract ได้.



 

BNB หรือ Binance Coin เป็นโทเค็น (Token) ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Binance เพื่อใช้ในการชำระค่าธรรมเนียมการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Binance.

 



ADA หรือ Cardano เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Charles Hoskinson เป็นผู้สร้าง Ethereum แต่ได้ออกจากรายการพัฒนา Ethereum แล้ว

 

 




ถ้าอยากเพิ่มเติมข้อมูลเชิงลึกตามไปอ่านกันต่อที่ลิงค์ด้านล่างได้เลย 


Click >>ข้อมูลเชิงลึก การอัปเดตข่าวสารและราคาของสกุลเงินดิจิทัล - MSN การเงินและการลงทุน


Click >>The most up-to-date performance data for BTC, ETH, and BNB 5 Jul 2023




Cr.

MSN finance, Depa Thailand, The standard

ติดตามกันต่อได้ที่กระดานอัพเดทของเว็บไซต์ msn money





วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

5 สิ่งที่ไม่ควรทำในการแก้หนี้ครัวเรือน : household debt

🚨 5 สิ่งที่ไม่ควรทำในการแก้หนี้ครัวเรือน 🚨

1. พักชำระหนี้เป็นวงกว้างเป็นเวลานาน
2. ลบ/ แก้ประวัติข้อมูลเครดิตของลูกหนี้ (NCB)
3. ผ่อนชำระขั้นต่ำต่อเนื่อง
4. กู้หนี้ใหม่โปะหนี้เก่า
5. หยุดจ่ายหนี้...ปล่อยเป็นหนี้เสีย

การแก้หนี้อย่างถูกต้อง ต้องทราบว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และต้องรักษาสมดุลที่ดีระหว่างเจ้าหนี้ และลูกหนี้

ขอบคุณข้อมูลจากเพจแบงค์ชาติ
ไปติดตามกันได้ตามด้านล่างนี้เลยจ้า

 #แบงก์ชาติ #แก้หนี้ #หนี้ครัวเรือน
--------------------------------
ช่องทางในการติดตามข่าวสารจากแบงก์ชาติ
Facebook : https://www.facebook.com/bankofthailandofficial/
Website : https://www.bot.or.th/
Twitter : https://twitter.com/bankofthailand
Instagram : https://www.instagram.com/bankofthailand.official/
Blockdit : https://www.blockdit.com/bankofthailand
LINE : https://lin.ee/P5xJWV2
LINE TODAY : https://today.line.me/th/v2/publisher/102833
YouTube : https://www.youtube.com/c/BankofThailandofficial

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566

โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยธนาคารธอส. ปี 2566 กว่า 11โครงการ ใครเข้าเงื่อนไขข้อไหนบ้างมาดูกัน

11โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคาร ธอส. ใครเข้าเงื่อนไขข้อไหนบ้างมาดูกัน

1. สินเชื่อบ้าน All Home   ดอกเบี้ยปีแรก 3.55% (ตามเงื่อนไขประกาศMRR)
ยื่นกู้วันนี้ - 31 มีนาคม 2566


2. สินเชื่อบ้านลูกค้าสวัสดิการไม่มีเงินฝาก ดอกเบี้ยปีแรก 3.15% (ตามเงื่อนไขประกาศMRR)
ยื่นกู้วันนี้ - 31 มีนาคม 2566


3. สินเชื่อบ้าน Happy life ดอกเบี้ยปีแรก 3.15% (ตามเงื่อนไขประกาศMRR)
วงเงินกู้ 3 ล้านบาทขึ้นไป
ยื่นกู้วันนี้ - 31 มีนาคม 2566


4. สินเชื่อบ้าน Developer ดอกเบี้ยปีแรก 3.35% (ตามเงื่อนไขประกาศMRR)
เช็คได้ที่โครงการบ้านที่เข้าโครงการได้เลย
ยื่นกู้วันนี้ - 31 มีนาคม 2566

5. โครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานสุข 2566 ดอกเบี้ยปีแรก 3.00% (ตามเงื่อนไขประกาศMRR)
  • สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้าน 
  • สาหรับผู้ที่มีรายได้ (Gross) ไม่เกิน 35,000 บาท ต่อเดือน
  • สาหรับที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 เป็นต้นไป (สัญญาที่ 2 เป็นต้นไป)
ยื่นกู้วันนี้ - 31 ธันวาคม 2566


6. โครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก 2566 ดอกเบี้ยปีแรก 3.90% (ตามเงื่อนไข และประกาศMRR) 
  • สาหรับผู้ที่มีรายได้ (Gross) ไม่เกิน 35,000 บาท ต่อเดือน
  • ไม่มีประวัติการผ่อนชาระสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับ ธอส. และสถาบันการเงินอื่น(เฉพาะสัญญาที่ 1)
ยื่นกู้วันนี้ - 31 ธันวาคม 2566

7. โครงการบ้าน ธอส. เพื่อคุณ 2566 ดอกเบี้ยปีแรก 3.35% (ตามเงื่อนไข) 
  • สาหรับผู้ที่มีรายได้ (Gross) ไม่เกิน 35,000 บาท ต่อเดือน
  • ไม่มีประวัติการผ่อนชาระสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับ ธอส. 
ยื่นกู้วันนี้ - 31 ธันวาคม 2566

8. โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อบุคลากรภาครัฐปี 2566 ดอกเบี้ยปีแรก 2.50 %(ตามเงื่อนไข และประกาศMRR) 
  • สาหรับข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงาน /เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ชื่อเรียกอย่างอื่น และลูกจ้างประจำ ที่เป็นผู้มีสิทธิขอกู้เงินตามคานิยามในข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยประเภทไม่มีเงินฝาก ที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือองค์การมหาชน หรือองค์กรปกครองท้องถิ่น หรือองค์กรอิสระอื่นในกากับของรัฐหรือจัดตั้งโดยกฎหมายเฉพาะ หรือจัดตั้งตามนโยบายรัฐ ได้ลงนามร่วมกับธนาคาร
ยื่นกู้วันนี้ - 31 ธันวาคม 2566


9. โครงการบ้าน ธอส. - กบข เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ ครั้งที่ 15 ดอกเบี้ยปีแรก 0 % (ตามเงื่อนไข) 
ยื่นกู้วันนี้ - 29 ธันวาคม 2566

10. สินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างประเทศ ดอกเบี้ยปีแรก 2.80% (ตามเงื่อนไข) 
ยื่นกู้วันนี้ - 30 มิถุนายน 2566

11. สินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ดอกเบี้ยปีแรก 3.00% (ตามเงื่อนไข)
สาหรับซื้อ / ปลูกสร้าง / ปรับปรุง ที่อยู่อาศัยเพื่อให้มีระบบพลังงานทดแทน หรือระบบ
ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า หรือซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรร (FT/LTF/SFT/RFT/BZP)
ที่ธนาคารรับเป็นโครงการที่เข้าเงื่อนไขบ้านประหยัดพลังงาน
สาหรับซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรรของ Developer ที่ธนาคารรับเป็นโครงการ
(FT/LTF/SFT/RFT/BZP) และติดตั้ง Solar Roof กาลังไฟตั้งแต่ 2 กิโลวัตต์ขึ้นไป โดยเงื่อนไข
ของ Solar Roof ต้องระบุอยู่ในชุดสัญญาจะซื้อจะขาย ทั้งกรณีที่เป็นส่วนควบของ
ที่อยู่อาศัย หรืเป็นรายการส่งเสริมการขาย
สาหรับปลูกสร้างที่อยู่อาศัยโดยใช้แบบบ้านรักษ์โลกของธนาคาร  
ยื่นกู้วันนี้ - 31 มีนาคม 2566

ทั้งนี้ทุกท่านสามารถติดต่อธนาคารธอส. เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและยื่นกู้ได้เลย
เชื่อว่าต้องมีประชาชนเข้าร่วมมากมายแน่นอน และหากวงเงินเต็มก็จะปิดรับทันที
ใครอยากมีบ้าน มีแผนจะซื้อบ้านก็รีบๆกันเน้อ





 

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564

อบรมออนไลน์ฟรี เรื่องการลงโฆษณา Facebook, Google และการสร้าง Content การตลาดยุคใหม่ จัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหรรม 14-16 ก.ย 2564

📣กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  จัดทำโครงการใหม่  เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้มีความรู้ สามารถขายสินค้าออนไลน์ บนเฟสบุ๊ก  ได้อย่างมืออาชีพ
โดยทางหน่วยงาน กำหนดจัดอบรมหลักสูตรพิเศษนี้ ขึ้นระหว่างวันที่ 
14 – 16 กันยายน 2564 ติดต่อกัน 
 
🤩ด้วยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ  โดยท่านสามารถ เรียนสดที่บ้าน ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ช่อง Facebook Group ของหน่วยงาน  

👉ซึ่งหลักสูตรเนื้อหามีดังนี้
วันที่ 14 กันยายน 2564 หลักสูตร สร้าง Content ยังไงให้คนหยุดนิ้ว 
วันที่ 15 กันยายน 2564 หลักสูตร โฆษณาบน Facebook จนลูกค้าซื้อ 
วันที่ 16 กันยายน 2564 หลักสูตร ลงโฆษณา Google ลูกค้าหาอะไรก็เจอเราอยู่เป็นลิงก์บนหน้าแรก

ขั้นตอนสมัครง่ายนิดเดียว เพียงท่านกรอกใบสมัครผ่าน Google Forms ที่ https://forms.gle/JSTpHPyGeewiMWuVA

🎊สิทธิ์พิเศษเรียนจบสามารถรับรหัสขายสินค้าในตลาดดีพร้อม ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 

😁ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย 
 📌ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติม 02 430 6871 ต่อ 3


All time Popular Post