วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560

งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 43 @ ไบเทค บางนา 29 มิ.ย. - 2 ก.ค 2560


งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 43 @ ไบเทค บางนา (ฮอลล์ 100-102) 

29 มิ.ย. - 2 ก.ค.นี้   


Cr. งานไทยเที่ยวไทย

วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560

ของโหลดใต้เครื่อง ของโหลดขึ้นเครื่อง ของต้องห้ามขึ้นเครื่อง คำแนะนำสำหรับผู้โดยสารเครื่องบิน_Air trans prohibited

ของโหลดขึ้นเครื่อง ของเหลวห้ามขึ้นเครื่อง Power Bank ขึ้นเครื่องบิน 



ก่อนเข้ารับการตรวจบัตรโดยสารหรือเช็คอิน (Check-In)
  •  นำของเหลว เจล และสเปรย์ หรือวัสดุอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันที่มีขนาดบรรจุภัณฑ์เกินกว่า 100 มิลลิลิตร รวมทั้งวัตถุแหลมคม ทุกชนิดใส่ในกระเป๋าสัมภาระที่จะผ่านเช็คอินเพื่อลำเลียงส่งขึ้นเครื่องบิน
  •  หากต้องการนำ ของเหลว เจล สเปรย์ ถือติดตัวขึ้นบนเครื่องบิน ของเหลวนั้น ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร โดยต้องนำใส่ไว้ในถุงพลาสติกใสแบบ Zip-Lock ขนาด 20x20 เซนติเมตร (มีจัดเตรียมไว้ที่โต๊ะหน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน) ผูโดยสาร 1 คน ต่อ 1ถุง ปริมาณของเหลวเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร (หรือ 1 ลิตร)
  •  ผู้โดยสารที่มีอาวุธปืนต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่สายการบิน ณ เคาน์เตอร์เช็คอิน เพื่อดำเนินการตรวจสอบเอกสารและแยก เครื่องกระสุน ณ สถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้
  •  ผู้โดยสารไม่ได้รับอนุญาตให้นำพาสารหรือวัตถุอันตรายทุกชนิดไปกับเครื่องบินไม่ว่าจะบรรทุกไปกับสัมภาระที่เช็คอินหรือนำติดตัว ขึ้นเครื่องบิน

♥ ประกาศสำนักงานการบนพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การพาแบตเตอรี่ลิเธียมไปกับอากาศยาน พ.ศ. ๒๕๕๙




"แบตเตอรี่ลิเธียมที่ไม่ระบุความจุกระแสไฟฟ้า วัตต์-ชั่วโมง (Watt-Hour : WH) หรือขนาดบรรจุของลิเธียม (Lithium Content :LC) 


หรือระบุไม่ชัดเจน ห้ามมิให้พาไปกับท่าอากาศยาน ไม่ว่าจะใส่ในสัมภาระติดตัวหรือสัมภาระลงทะเบียนก็ตาม"





อ่านข้อมูลเพิ่มเติมด้านความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารได้ในเว็บ AOT  คลิกที่นี่ >>>




รีวิวแนะนำท่องเที่ยว



เที่ยวพักผ่อน / แคมป์ปิ้ง


วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เทศกาล“เที่ยวเมืองต้องห้ามพลาด Plus 5" ภาค 24 จังหวัด ณ ศุนย์ฯสิริกิติ์ 15-19 กุมภา 2560 นี้

เทศกาล“เที่ยวเมืองต้องห้ามพลาด Plus 5 ภาค”
จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
พบกับสินค้า,บริการท่องเที่ยว, สายการบินและตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ  แพ็คเกจท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สินค้า OTOP และอาหารถิ่นทั่วไทย ฯลฯ จาก เมืองต้องห้ามพลาด Plus 24 จังหวัด ประกอบด้วย สมุทรสงคราม + นครปฐม , ราชบุรี + สุพรรณบุรี , ลำปาง + ลำพูน , น่าน + แพร่ , เพชรบูรณ์ + พิษณุโลก , เลย + ชัยภูมิ , บุรีรัมย์ + สุรินทร์ , จันทบุรี + สระแก้ว , ตราด + ระยอง , ชุมพร + ระนอง , ตรัง + สตูล , นครศรีธรรมราช + พัทลุง) รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรม 5 ภาค

และมีโซนสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวช่วยภัยน้ำท่วมภาคใต้
การให้บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวไทย& ข้อมูลข่าวสาร "70เส้นทางตามรอยพระบาท"
ตลอดจนเล่นเกมส์ลุ้นรางวัลของที่ระลึกต่างๆ มากมายจาก ททท. ทุกๆ 1 ชั่วโมง

ไปงานเดียวทั้งเที่ยว ทั้งกิน ได้แพ็คเกจเที่ยวเด็ดๆเพียบ 
งานจัดขึ้นวันที่ 15 - 19 กุมภาพันธ์นี้ 
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

Cr. ททท.

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560

งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2560 ณ สวนลุมพินี ในวันที่ 25-29 มกราคม 2560 เวลา 14.00 - 22.00 น.Thailand travel fest

งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2560 ณ สวนลุมพินี ในวันที่ 25-29 มกราคม 2560 เวลา 14.00 - 22.00 น.
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวมหกรรมท่องเที่ยวเป็นมหกรรมแรกในรอบปี 2560 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
กับ 
งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2560 ในวันที่ 25-29 มกราคม 2560 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 14.00-22.00 น. 
รับรองตระการตา ทั้งแนะนำที่เที่ยว และของกิน ^o^

โดยงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2560 จัดขึ้นใน Theme "ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง" เสมือน "ยกเมืองไทย 77 จังหวัดมาไว้ในงานนี้" 
ท่านจะพบกับกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ มากมาย ภายในงานประกอบด้วย 10 โซนพื้นที่


คลิป ท่องเที่ยวเมืองไทย



Cr.www.tiewpakklang.com


วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ท่องเที่ยวกับการรถไฟไทย ใครๆก็ไปเที่ยวได้ ง่ายๆ ไม่แพง

 ท่องเที่ยวกับการรถไฟไทย

หน้าหนาวปี 2560 นี้ หาทริปน่ารักๆ ชิวๆ เที่ยวกันดีกว่า เข้าไปที่นี่เลยเว็บไซท์ของการรถไฟไทย ไปหาดูขบวนรถไฟนำเที่ยว โดยจำขบวนนำเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) 
เหมาะกับคนที่ทำงานยุ่งมาทั้งสัปดาห์แล้วอยากออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตานอกบ้านบ้าง
วันนี้เลยนำตัวอย่างบางส่วนมาแบ่งปัน

O ทริป ไปเช้า-เย็นกลับ กรุงเทพฯ - กาญจนบุรี
มีทั้งรถนั่งธรรมดาชั้น 3 (ราคา 120 บาท ต่อคน)
และรถนั่งปรับอากาศชั้น 2 (ราคา 240 บาท ต่อคน)


O ทริป ไปเช้า-เย็นกลับ กรุงเทพฯ - หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์
มีทั้งรถนั่งธรรมดาชั้น 3 (ราคา 120 บาท ต่อคน)
และรถนั่งปรับอากาศชั้น 2 (ราคา 240 บาท ต่อคน)


นี่แค่ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ทริปท่องเที่ยวทางรถไฟยังมีอีกหลายทริป เช่น บังกะโลขุนตาน ,เที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์,ไปล่องแพที่เมืองกาญจนบุรี,เที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ,ย้อนรอยตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ฯลฯ

ทั้งนี้นอกจากจะมีทริปแบบไปเช้าเย็นกลับแล้ว ยังมีทริปเที่ยวแบบค้างคืน และเที่ยวทางไกลอีกด้วย
โทรสอบถามได้ที่ 1690 การรถไฟไทย

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก>>>> คู่มือนำเที่ยวทางรถไฟ

คู่มือนำเที่ยวทางรถไฟ

ครั้งหน้าจะมารีวิวให้ดูสักทริปนึง รับรองต้องอยากไปกันแน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.railway.co.th

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ยื่นภาษีเองผ่านทางอินเตอร์เน็ต Smart TAX E-Filing


แนะนำการลงทะเบียน >>

ยื่นภาษีเอง! ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ได้ง่ายๆ 

แค่ 9 ขั้นตอน

ก่อนจะกรอกภาษี เช็กเอกสารให้ครบตามนี้
  1.  หนังสือรับเงินเดือน (50 ทวิ) อันนี้บริษัทเขาจะมีให้เรา ซึ่งในนั้นจะระบุว่า เรามีรายได้เท่าไร ชำระค่าประกันสังคม หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปแล้วเท่าไร ตัวเลขเหล่านั้นแหละ ที่เราต้องนำมามากรอกในการยื่นภาษี
  2.  รายการลดหย่อน เช่น ค่าเลี้ยงดูบิดา-มารดา, บุตร, อุปการะคนพิการ ลดหย่อนจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ฯลฯ 
  3. เอกสารลดหย่อนภาษีอื่น ๆ เช่น ค่าซื้อสินค้าและบริการ, จำนวนเงินที่ซื้อกองทุน LTF/RMF, จำนวนเงินบริจาค, จำนวนเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไป, ลดหย่อนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศ

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม คราวนี้ก็เริ่มต้นยื่นภาษีออนไลน์ตาม 9 ขั้นตอนแบบนี้ได้เลย
  1. ไปที่เว็บไซต์ epit.rd.go.th ของกรมสรรพากร ที่สำคัญต้องอย่าลืมคลิกลงทะเบียน ด้วยการกรอกข้อมูลส่วนตัวก่อน เพราะต้องใช้ username และ password ในการกรอกแบบฟอร์มยื่นภาษี ถ้าใครเคยยื่นแล้วลืม password ให้เลือกลืมรหัสผ่าน เพื่อตอบคำถามที่เราเคยตั้งไว้ แต่หากลืมคำถามที่เคยตั้งไว้ด้วย ให้เลือก "เปลี่ยนรหัสผ่าน" แล้วกรอกข้อมูลตามขั้นตอน
  2.  เลือก ภ.ง.ด.90/91 ยื่นด้วยตัวเอง โดยคุณจะต้องเลือกว่าเป็น ภ.ง.ด.ไหน (อ่านเพิ่มเติมเรื่องการเลือก ภ.ง.ด.ได้>>ที่นี่)
  3.  มาที่หน้า "แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี ...." ตรงนี้จะมีข้อมูลที่เราลงทะเบียนไว้ ตรวจสอบด้วยนะ ว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้ามีข้อมูลไม่ถูกต้อง สามารถจัดการแก้ไขได้ตอนนี้เลย ก่อนที่จะเริ่มต้นการกรอกข้อมูล 
  4. มาที่ช่อง"สถานภาพของผู้มีเงินได้" กรณีเป็น "บุคคลธรรมดา" ให้เลือกระหว่าง "โสด/สมรส/หม้าย"
  5. จากนั้นมาที่ "เลือกเงินได้/ลดหย่อน" ส่วนนี้ให้เรากรอกข้อมูลรายการเงินได้พึงประเมินและค่าลดหย่อน
     5.1 รายการเงินได้พึงประเมิน ติ๊กเครื่องหมายหน้าช่องที่เป็นแหล่งที่มาของเงินได้ เช่น
- หากมีรายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง บำนาญ โบนัส ให้ติ๊กที่ช่อง "มาตรา 40(1)
- แต่หากมีรายได้จากอื่น ๆ ด้วย ให้ติ๊กช่องอื่นเพิ่มเติม เช่น มีรายได้จากเงินปันผลของกองทุนรวมที่ซื้อไว้ ให้ติ๊กที่ช่อง "มาตรา 40(8)" กรณีได้รับเงินจากการขายบ้าน ให้ติ๊กที่ช่อง "เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์"
     5.2 เลือกเงินได้ที่ได้รับยกเว้น/ค่าลดหย่อน มีค่าลดหย่อนอะไรบ้างก็เลือกที่ช่องนั้น เช่น
- บริษัทหักเงินประกันสังคมไป ให้เราเลือกที่ช่อง "เงินสมทบกองทุนประกันสังคม"
- กรณีดูแลบิดา-มารดาอายุเกิน 60 ปี ให้เลือกช่อง "อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป"
- หากซื้อกองทุน LTF ไว้ลดหย่อนภาษี ก็เลือกช่อง "ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว LTF"


6. จากนั้นมาที่"บันทึกเงินได้" เตรียมใบ 50 ทวิ ที่บริษัทให้มาได้เลย ดูที่มาตรา 40(1) ให้กรอกเงินได้พึงประเมิน คือเงินที่เราได้รับจากค่าจ้างทั้งหมด พร้อมทั้งจำนวนภาษีที่บริษัทหัก หากมีเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็กรอกตัวเลขตามนั้นส่วนช่อง "เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้จ่ายเงินได้" ให้กรอกเลขภาษีของบริษัทที่จ่ายเงินให้เรา มีข้อมูลอยู่ในใบ 50 ทวิ นี่แหละ หากมีเงินได้นอกเหนือจากค่าจ้าง ก็จะมีช่องให้กรอกเพิ่มเติม
7. มาที่ช่อง "บันทึกค่าลดหย่อน" ให้กรอกข้อมูลการลดหย่อนต่าง ๆ เช่น กรณีอุปการะเลี้ยงดูบิดา-มารดา-บุตร-คนพิการ ให้กรอกเลขประจำตัวประชาชนของผู้ที่เราอุปการะ
8. จากนั้นจะมาที่ "คำนวณภาษี" ซึ่งระบบจะคำนวณให้เอง เพียงแค่เรากรอกทุกอย่างมาครบแล้ว คลิกที่ช่องคำนวณ ระบบจะคำนวณให้ทันที หากข้อมูลระบุว่า "ชำระเพิ่มเติม" แสดงว่าเราต้องเสียภาษีเพิ่ม ซึ่งสะดวกเพราะสามารถจ่ายผ่านออนไลน์ตรงนี้ได้เลยผ่านบัตรเครดิตที่เรามี
แต่ถ้าข้อมูลระบุว่า "ชำระไว้เกิน" ก็ได้เงินคืน ตรงนี้ในแบบฟอร์มจะมีข้อความระบุให้เลือกว่า ประสงค์รับเงินคืนหรือไม่รับ หรือจะบริจาค ก็ติ๊กเลือกตามความประสงค์ และสามารถเลือกได้ว่า จะรับเงินคืนแบบเข้าบัญชีธนาคารที่เรามีอยู่ หรือรับผ่านไปรษณีย์
9. ท้ายสุดคือ "ยืนยันการยื่นแบบ" หากกรอกทุกอย่างถูกต้องแล้ว กดยื่นยันได้เลย
ขอแนะนำเพิ่มเติมอีกนิด หลังจากทำตามขั้นตอนทุกอย่างเรียบร้อย หน้าสุดท้ายที่ขึ้นมา ระบบจะแจ้งว่า เรายื่นภาษีผ่านระบบออนไลน์ไปแล้ว วันไหน มีตัวเลขระบุ หน้าที่เซฟเก็บไว้เป็นหลักฐานสำหรับการทวงถามด้วย

อีกอย่างคือ แบบฟอร์มการยื่นออนไลน์ กรมสรรพากรเป็นอะไรไม่รู้ ชอบเปลี่ยนทุกปี อย่างงก็แล้วกัน เอาเป็นว่าหลักๆ ที่เราต้องกรอก ตามข้อมูลเบื้องต้น และการยื่นออนไลน์ กรมสรรพากรจะสุ่มเรียกขอเอกสารเพิ่มเติม โดยจะส่งเป็นจดหมายกลับมา เพราะฉะนั้นเอกสารการยื่นภาษีต้องเก็บไว้ให้ครบ กรณีปีไหนสุ่มโดนเราขึ้นมา จะได้มีเอกสารส่งกลับไปให้ตรวจสอบ และเขาก็มีหลายวิธีให้เราส่งเอกสาร ทั้ง แฟกซ์ ไปรษณีย์ และออนไลน์ เรียกว่าอำนวยความสะดวกกันเต็มที่ แบบนี้แล้วก็อย่าลืมยื่นภาษีให้ตรงเวลา จะได้ไม่โดนปรับให้ปวดหัวทีหลังนะจ๊ะ


Cr.
WWW.AZAY.CO.TH 
Healthy Living

เริ่มออมเงิน >>

All time Popular Post