แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มือใหม่หัดลงทุน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มือใหม่หัดลงทุน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568

จัดพอร์ตลงทุนเล็ก ๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนสายใจเย็น

EP.10: จัดพอร์ตลงทุนเล็ก ๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนสายใจเย็น

ไม่ใช่ทุกคนที่อยาก “รวยเร็ว” บางคนแค่ต้องการ “มั่นคงในแบบของตัวเอง” ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ใจเย็น ไม่กลัวการรอ และอยากลงทุนแบบเบา ๆ บทความนี้เหมาะกับคุณค่ะ

📌 เป้าหมายของพอร์ตเล็ก ๆ สำหรับสายใจเย็น

  • ไม่เสี่ยงสูง
  • เงินต้นค่อย ๆ โต
  • เหมาะกับคนไม่มีเวลาเฝ้าตลาด
  • เข้าใจได้ง่าย ทำซ้ำได้ทุกเดือน

📊 ตัวอย่างพอร์ตสำหรับงบเดือนละ 1,000 บาท*

หมวดลงทุน สัดส่วน จำนวนเงิน วัตถุประสงค์
Gold Wallet 40% 400 บาท สะสมทองระยะยาว
กองทุนรวมตลาดเงิน 30% 300 บาท เก็บสำรองฉุกเฉินแบบมีดอกเบี้ย
สลากออมสิน/ธ.ก.ส. 20% 200 บาท ลุ้นรางวัลรายเดือน เงินต้นไม่หาย
เงินสดสำรอง 10% 100 บาท ไว้ใช้ในเดือนฉุกเฉิน
*แต่ละแพลทฟอร์มอาจจมีขั้นต่ำในการซื้อ เช่นกองทุนรวมขั้นต่ำ500บาท หากงบยังน้อยให้ทยอยออมแบบหยอดกระปุก เมื่อครบก้อนแรกก็เปิดพอร์ตแล้วทยอยซื้อตามแผน 

💡 แนวคิดของพอร์ตนี้

✅ ไม่เน้นกำไรสูงสุด แต่เน้นความรู้สึก “อุ่นใจ”
✅ สามารถปรับตามงบจริง เช่น เดือนละ 500 ก็แบ่งสัดส่วนแบบเดียวกันได้
✅ เหมาะกับคนที่ยังใหม่กับการลงทุน แต่อยากเริ่มอย่างไม่กดดันตัวเอง

💬 ผู้เขียนเริ่มต้นพอร์ตเล็กแบบนี้จริง ๆ แล้วค่อย ๆ ขยับเพิ่มสัดส่วนที่ชอบขึ้นเมื่อมั่นใจมากขึ้น

🧭 อย่าลืมเป้าหมายของคุณเอง

  • คุณอาจไม่ได้อยาก “รวย” แต่แค่อยาก “ไม่ลำบาก” ในวันข้างหน้า
  • พอร์ตเล็กวันนี้ = วินัยที่ใหญ่ในอนาคต
  • คุณไม่ต้องทำให้เหมือนใคร ขอแค่ “เริ่มในแบบของคุณ” ก็พอ

📝 EP นี้คือบทส่งท้ายของซีรีส์ “มนุษย์เงินเดือนอยากเริ่มลงทุน” ขอบคุณที่เดินทางเรียนรู้มาด้วยกัน หากบทความเหล่านี้ช่วยให้คุณเริ่มลงทุนได้จริง นั่นคือเป้าหมายของผู้เขียนค่ะ 💛

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ลงทุนแล้ว แต่ไม่เห็นผล… เราทำผิดตรงไหน?

EP.9: ลงทุนแล้ว แต่ไม่เห็นผล… เราทำผิดตรงไหน?

คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม?

💬 “ลงทุนมาหลายเดือนแล้ว แต่ทำไมเงินก็ยังดูไม่โตขึ้นเลย?”

ไม่ต้องกังวลค่ะ คุณไม่ได้ล้มเหลว และคุณไม่ได้อยู่คนเดียว ความจริงแล้วมีคนอีกมากมายที่รู้สึกแบบเดียวกัน เพราะการลงทุนไม่ใช่เวทมนตร์ แต่คือ “กระบวนการระยะยาว” ที่ต้องอาศัยความเข้าใจ + ความสม่ำเสมอ

🔎 5 เหตุผลที่ทำให้เรา "ยังไม่เห็นผล"

  • 1. ลงทุนไม่นานพอ
    หลายคนเพิ่งเริ่มลงทุนได้ไม่กี่เดือน แต่คาดหวังผลตอบแทนเหมือนฝากประจำ 3 ปี → การลงทุนต้องการ “เวลา” โดยเฉพาะการ DCA กับกองทุน, หุ้น หรือสะสมทอง
  • 2. หวังผลเร็วเกินไป
    ถ้าเราคาดหวัง 10% ต่อปีในเดือนที่ 2 อาจผิดหวัง → ปรับความคาดหวังให้สมจริง คือ “สะสมก่อน ให้ดอกผลทีหลัง”
  • 3. ลงทุนโดยไม่รู้จุดประสงค์
    ซื้อเพราะคนอื่นซื้อ / เห็นเขาบอกว่าดี → ลองตั้งเป้าหมายเล็กๆ ของเราเอง เช่น เก็บทองไว้แต่งงาน หรือมีพอร์ตสะสมเพื่อเรียนรู้
  • 4. ไม่จดบันทึก/ไม่ติดตาม
    ไม่รู้ว่าเราซื้ออะไรบ้าง ซื้อตอนไหน เท่าไหร่ → การลงทุนที่ไม่มีการจด = การเดินทางโดยไม่รู้ทิศ
  • 5. หยุดกลางทาง
    พอไม่เห็นผลใน 2–3 เดือน ก็หยุด DCA ทันที → เหมือนคุณวิ่งได้ครึ่งทางแล้วหันหลังกลับ ทั้งที่เส้นชัยอยู่ข้างหน้า

💛 อย่าท้อ… เพราะคุณเริ่มแล้ว นั่นแหละคือชัยชนะแรก

แค่คุณเริ่มลงทุน เท่ากับคุณได้ก้าวล้ำหน้าตัวคุณในอดีตไปแล้วหนึ่งก้าว ไม่มีใครลงทุนได้สมบูรณ์ตั้งแต่เดือนแรก สิ่งสำคัญคือ “ทำต่อไป” และ “ปรับตามจริง” เมื่อเข้าใจมากขึ้น

🌱 การลงทุนเหมือนการปลูกต้นไม้ — วันนี้อาจยังไม่งอก แต่รากกำลังโตเงียบ ๆ ใต้ดิน

📌 ถ้าอยากเริ่มต้นใหม่แบบไม่กดดันตัวเอง

  • ย้อนอ่าน EP1–EP8 เพื่อทบทวนแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง
  • ตั้งเป้าใหม่เล็กลง เช่น เดือนละ 500 บาทก็พอ
  • จดบันทึกใน Google Sheet / สมุด หรือ Notion
  • อย่าลืมให้กำลังใจตัวเองด้วยนะ!

📝 ผู้เขียนเองก็เคย DCA ไป 3 เดือนแล้วหยุด จนวันหนึ่งกลับมาอ่านเป้าหมายของตัวเองอีกครั้ง… แล้วก็เริ่มใหม่ด้วยความมั่นใจ

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ซื้อทองสะสมระยะยาว ควรเก็บแบบไหนดี? ทองจริง, Gold Wallet, หรือกองทุน


EP.8: ซื้อทองสะสมระยะยาว ควรเก็บแบบไหนดี? ทองจริง, Gold Wallet, หรือกองทุนทอง?

ถ้าคุณตั้งใจจะซื้อทองเพื่อ เก็บสะสมระยะยาว คำถามต่อมาคือ… ควรเก็บทองแบบไหนดี? ระหว่าง:

  • 💰 ทองคำแท่งจริง (แบบจับต้องได้)
  • 📱 Gold Wallet (ทองดิจิทัล)
  • 📈 กองทุนทอง (ซื้อทองผ่านตลาดทุน)

มาดูกันค่ะว่าแต่ละแบบมีข้อดี–ข้อควรระวังอย่างไร

📊 ตารางเปรียบเทียบ: ทองจริง vs Gold Wallet vs กองทุนทอง

หัวข้อ ทองจริง Gold Wallet กองทุนทอง
ของอยู่กับตัว
ปลอดภัยจากการโจรกรรม
ค่ากำเหน็จ มี ไม่มี ไม่มี
สามารถซื้อทีละน้อย ได้ (แต่ราคาสูง)
ขายคืนง่าย ปานกลาง
(ขึ้นกับร้านทอง)

(ขายในแอปได้ทันที)

(ขายผ่านแอปลงทุน)
ได้ทองจริง
(ขอรับทองได้ตามเงื่อนไข)

🎯 แล้วมือใหม่ควรเลือกแบบไหนดี?

  • ✅ Gold Wallet เหมาะกับคนงบน้อย อยากสะสมระยะยาว และไม่อยากถือทองจริง
  • ✅ กองทุนทอง เหมาะกับคนที่อยากลงทุนผ่านแอปธนาคาร, DCA ง่าย และซื้อขายคล่อง
  • ✅ ทองจริง เหมาะกับคนที่อยาก “เห็นทอง” และไม่กลัวเรื่องค่ากำเหน็จหรือความยุ่งยาก
💬 ผู้เขียนเองเริ่มจาก Gold Wallet เพราะไม่มีทองให้ถือ แต่มีทองให้ขาย และทยอยเปลี่ยนเป็นทองจริงเมื่อมีทุนมากขึ้น อีกช่องทางคือกองทุนรวมทองแบบมีปันผลทยอยซื้อเก็บหากกองทุนดีก็ได้ปันผลพอเป็นค่าขนมนิดหน่อย

📌 ข้อมูลเปรียบเทียบนี้มาจากประสบการณ์ผู้เขียน, แหล่งข่าวทองคำ, และข้อมูลบนแอปเป๋าตัง / บลจ.ชั้นนำ

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568

เริ่มต้นลงทุนอะไรดี เมื่อมีงบเดือนละ 500–1,000 บาท?


EP.7: เริ่มต้นลงทุนอะไรดี เมื่อมีงบเดือนละ 500–1,000 บาท?

ใครว่าเริ่มลงทุนต้องมีเงินเป็นหมื่นเป็นแสน? ความจริงแล้ว ถ้าคุณมีเงินแค่ 500 – 1,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนเพื่ออนาคตได้จริง ๆ

ไม่ต้องเสี่ยงสูง ไม่ต้องเข้าใจศัพท์ยาก เราขอแนะนำตัวเลือกที่มือใหม่งบน้อยก็เริ่มได้เลย ⬇️

🟡 1. สะสมทองคำผ่าน Gold Wallet จากสถาบันที่น่าเชื่อถือ

  • ซื้อทองคำแท่งในหน่วยย่อยผ่านแอปเป๋าตัง/แอปร้านทองที่น่าเชื่อถือ
  • ไม่มีค่ากำเหน็จ
  • เริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักร้อย
  • เหมาะกับคนที่อยากสะสมทองในระยะยาว

🟢 2. ลงทุนในกองทุนรวม

  • มีให้เลือกหลายประเภท: กองทุนตลาดเงิน, หุ้น, ทอง, ตราสารหนี้
  • เริ่มต้นขั้นต่ำบางที่แค่ 500 บาท
  • สามารถซื้อผ่านแอปของธนาคารหรือแอปลงทุน เช่น Streaming, Finnomena
  • ควรเลือกกองทุนความเสี่ยงต่ำ–กลาง ถ้ายังไม่แน่ใจ

🔵 3. ซื้อหุ้นปันผล (DCA แบบหุ้น)

  • ถ้าเปิดพอร์ตหุ้นแล้ว สามารถ DCA หุ้นรายเดือนด้วยงบไม่มากได้
  • เลือกหุ้นที่มีปันผลสม่ำเสมอ เช่น หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค / ธนาคาร
  • มีความเสี่ยงสูงกว่าทองหรือกองทุนรวม

🟣 4. ซื้อสลากออมสิน / ธ.ก.ส.

  • เหมือนฝากเงินแบบลุ้นรางวัล
  • เงินต้นไม่หาย ถ้าถือครบกำหนด
  • มีลุ้นรางวัลใหญ่ทุกเดือน
  • เหมาะกับคนที่ “เก็บก่อน” แล้วค่อยหาทางต่อยอดภายหลัง

💡 สรุป: เริ่มได้เลย ไม่ต้องรอพร้อม

เงินเดือน 15,000 บาท ก็เริ่มลงทุนได้ ถ้าแบ่งแค่ 500 บาทต่อเดือน สิ่งสำคัญคือ ลงมือทำให้สม่ำเสมอ มากกว่ารอให้ “พร้อมเต็มที่”

💬 ลงทุนเดือนละ 500 บาท = ปีละ 6,000 บาท ผ่านไป 5 ปี คุณมีเงินสะสม 30,000+ บาท แบบไม่รู้ตัว

📌 ข้อมูลบทความนี้เขียนโดยอิงจากประสบการณ์จริงของมนุษย์เงินเดือนที่เริ่มจาก 500 บาท และเรียนรู้ไปพร้อมกัน

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568

มีหนี้อยู่ ลงทุนได้ไหม?


EP.6: มีหนี้อยู่ ลงทุนได้ไหม?

คำถามยอดฮิตของมนุษย์เงินเดือนยุคนี้ คือ… “ยังมีหนี้อยู่ จะลงทุนได้หรือเปล่า?” คำตอบก็คือ... “ได้” แต่ไม่ใช่ทุกกรณี มาลองดูกันว่า “หนี้แบบไหน” ยังลงทุนได้ และ “หนี้แบบไหน” ควรรีบเคลียร์ก่อนนะคะ

🔎 หนี้แบบไหนที่ควรปิดก่อน?

  • หนี้บัตรเครดิต: ดอกเบี้ยสูงถึง 16–25% ต่อปี! ต้องรีบจัดการก่อนทุกการลงทุน
  • หนี้นอกระบบ: ดอกแพง-กดดัน-เสี่ยง ควรจัดการก่อนคิดเรื่องงอกเงย
  • หนี้ที่คุณต้องหมุนเงินตลอดเวลา: เช่น จ่ายหนี้ A ด้วยเงินจากหนี้ B

💡 หนี้ที่ “อาจ” ลงทุนได้ ถ้าจัดการดี

  • หนี้บ้าน: ถ้าผ่อนปกติ ไม่มีเบี้ยว และยังมีเงินเหลือเก็บ
  • หนี้รถ: ถ้าไม่เกิน 30–40% ของรายได้ต่อเดือน และไม่ขาดสภาพคล่อง
  • หนี้ กยศ./ดอกต่ำ: ดอกเบี้ยน้อย มีแผนผ่อนต่อเนื่องแบบไม่สะดุด
💬 “อย่าลงทุนเพื่อหวังจะเอากำไรมาโปะหนี้” เพราะถ้าไม่เป็นไปตามแผน หนี้อาจหนักกว่าเดิมนะคะ

🧮 สูตรจัดสรรเงิน: เคลียร์หนี้ + เริ่มลงทุน

ถ้าอยากทั้งเคลียร์หนี้ และเริ่มลงทุนพร้อมกัน ลองสูตรนี้ดู:

  • 60% ของเงินเก็บ → ไปเคลียร์หนี้
  • 30% ของเงินเก็บ → เริ่มลงทุนเบา ๆ เช่น ทอง หรือกองทุนความเสี่ยงต่ำ
  • 10% เก็บเป็นเงินสดสำรอง

💡 หรือถ้าหนี้ยังใหญ่ → ลงทุนใน “ความรู้” แทนก็ยังคุ้ม เช่น เรียนรู้การออม, วางแผนการเงิน, จัดการรายรับรายจ่าย

🎯 สรุป: ลงทุนได้ไหม ถ้ายังมีหนี้?

  • ถ้าหนี้ดอกเบี้ยสูง = เคลียร์ก่อน
  • ถ้าหนี้ดอกต่ำ ผ่อนสบาย = ลงทุนได้ในสัดส่วนที่ “ไม่เสี่ยงจนเครียด”
  • ถ้ามีหนี้เยอะ = เริ่มจาก “วินัย” ไม่ใช่ “ผลตอบแทน”

ลงทุนคือการวางอนาคต แต่หนี้คือสิ่งที่ฉุดรั้งปัจจุบัน
ถ้าเราจัดการปัจจุบันได้ดี… อนาคตก็จะเริ่มได้อย่างมั่นคงแน่นอนค่ะ 😊

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568

รู้จักความเสี่ยงก่อนลงทุนจริง — เพราะเงินเดือนเรามีแค่เดือนละครั้ง


EP.5: รู้จักความเสี่ยงก่อนลงทุนจริง — เพราะเงินเดือนเรามีแค่เดือนละครั้ง🥹

หลายคนเริ่มต้นลงทุนจากคำว่า “อยากให้เงินงอก” แต่ถ้ายังไม่รู้จัก “ความเสี่ยง” ของการลงทุนแต่ละแบบเลย เงินอาจจะ “หด” แทนที่จะ “โต” ได้เหมือนกันนะคะ 🥲

🔎 ความเสี่ยงมีหลายแบบ รู้จักไว้ก่อนจะลงเงิน

  • เสี่ยงจากราคาขึ้นลง เช่น ทอง หุ้น กองทุนรวม
  • เสี่ยงจากสภาพคล่อง เช่น ซื้อไว้แล้วถอนคืนยาก ขายไม่ออก
  • เสี่ยงจากผู้ให้บริการ เช่น บริษัทปิดกิจการ หรือไม่มีประกันคุ้มครอง
  • เสี่ยงจากตัวเราเอง เช่น ลงเยอะเกินไป ลืมจ่ายบัตรเครดิต ฯลฯ

📊 เปรียบเทียบการลงทุนยอดฮิต VS ความเสี่ยง

ประเภท เสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย
หุ้นเดี่ยว
กองทุนรวม บางประเภท ✅ (พวกตลาดเงิน)
ทองคำ (จริง/ดิจิทัล) ✅ (ราคาผันผวน) ✅ (ถ้าระยะยาว)
สลากออมสิน
ฝากประจำ/บัญชีดอกเบี้ยสูง

💡 คำถามง่าย ๆ ก่อนเริ่มลงทุน

  • คุณรับได้ไหมถ้าขาดทุน 10%?
  • คุณโอเคไหมถ้าเงินนี้ต้องล็อคไว้ 3 ปี?
  • ถ้าเงินหายครึ่งนึง คุณจะกระทบการใช้ชีวิตไหม?
  • เงินที่ใช้ลงทุน “ไม่ใช่เงินกินอยู่ใช่ไหม?”
💬 ผู้เขียนเองเคยลงทุนแบบไม่รู้ความเสี่ยงมาแล้ว สุดท้ายต้องถอยออกมานั่งถอนหายใจ พอรู้จักความเสี่ยงชัดเจน ก็รู้เลยว่า "เราเหมาะกับแบบไหน"

ความเสี่ยงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่มันจะน่ากลัวก็ต่อเมื่อ “เราไม่รู้ว่ากำลังเสี่ยงอยู่กับอะไร” เท่านั้นเองค่ะ

🎯 บทสรุปของตอนนี้

  • ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แม้แต่ “ไม่ลงทุน” ก็เสี่ยงเงินเฟ้อ📈
  • คุณควรรู้ว่า “ตัวเองรับความเสี่ยงได้แค่ไหน” ก่อนลงทุนจริง
  • อย่าลงเงินเพราะเห็นคนอื่นทำแล้วรวย — แต่ลงเงินเพราะรู้จัก “ตัวเอง” ต่างหาก💪

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568

DCA ทองคำคืออะไร? งบน้อยก็สะสมได้


EP.4: DCA ทองคำคืออะไร? งบน้อยก็สะสมได้

ถ้าคุณเคยคิดว่า “อยากเริ่มลงทุนทองคำ แต่เงินยังไม่เยอะ” — ขอแสดงความยินดี เพราะ วิธี DCA อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังหาอยู่

📌 DCA คืออะไร?

DCA ย่อมาจาก Dollar-Cost Averaging หรือแปลตรงๆ ว่า “เฉลี่ยต้นทุนด้วยเงินที่เท่ากัน”

พูดง่ายๆ คือการ “ซื้อทองคำในจำนวนเงินเท่ากันทุกเดือน” ไม่ว่าราคาทองจะขึ้นหรือลง — เราก็ยังซื้อในจำนวนเงินเท่าเดิม

💡 ทำไม DCA ถึงเหมาะกับมนุษย์เงินเดือน?

  • ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่
  • ลดความเสี่ยงจากการซื้อทองตอนราคาสูง
  • เปลี่ยนเงินออมเล็กๆ ให้กลายเป็นทรัพย์สินในอนาคต
  • ทำเป็นนิสัยได้ง่าย คล้ายการออมประจำ

📊 ตัวอย่างการ DCA ทองคำ

สมมุติคุณลงทุนเดือนละ 500 บาท ผ่าน Gold Wallet (ซื้อเป็นสัดส่วนทองคำแท่ง) ทุกวันที่ 15 ของเดือน:

  • เดือน ม.ค. ราคาทอง 52,000 → ได้ทอง 0.0096 บาท
  • เดือน ก.พ. ราคาทอง 51,000 → ได้ทอง 0.0098 บาท
  • เดือน มี.ค. ราคาทอง 53,000 → ได้ทอง 0.0094 บาท

แม้ราคาจะขึ้นลง แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะได้ทองเฉลี่ยตามต้นทุนโดยรวม ไม่ต้องพยายาม “จับจังหวะตลาด”

💬 ทริคส่วนตัวของผู้เขียนคือ ตั้งแจ้งเตือนทุกวันที่ 15 เพื่อโอนซื้อทองทีละนิด — มองไม่เห็นทอง แต่ทองก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจริง

 

📎 ใช้กับ Gold Wallet ได้เลย

Gold Wallet ในแอปเป๋าตัง ช่วยให้คุณ DCA ได้ง่าย เพราะ:

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อ
  • สามารถเริ่มซื้อจำนวนน้อยๆ ได้
  • มีระบบรายงานยอดทองที่คุณถือไว้เสมอ
  • มีระบบตั้งรายการซื้อขายล่วงหน้าภายในวันได้แล้ว

เหมาะมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยาก “ลงทุนแบบเบาๆ” แต่มีเป้าหมายในใจ

📌 ข้อมูลอ้างอิงจาก: ประสบการณ์ผู้เขียน + ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น (ไม่ได้รวมภาษีหรือค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด)

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568

ทองคำแท่ง VS ทองรูปพรรณ – แบบไหนเหมาะกับคนเริ่มต้น?

EP.3: ทองคำแท่ง VS ทองรูปพรรณ – แบบไหนเหมาะกับคนเริ่มต้น?

เมื่อพูดถึงการลงทุนทองคำ คำถามยอดฮิตข้อแรกของใครหลายคนคือ…

"จะซื้อทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ แบบไหนดีกว่ากัน?"

ความจริงแล้ว ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคุณว่าอยาก “เก็บเพื่อลงทุน” หรือ “ซื้อไว้เผื่อใส่/ขายได้ในอนาคต”

🔍 เปรียบเทียบทองคำแท่ง vs ทองรูปพรรณ

หัวข้อ ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ
ค่ากำเหน็จ ไม่มี หรือมีน้อยมาก มีค่ากำเหน็จ ~400–1,000+ บาท
ราคาขายคืน ได้ราคาสูงกว่ารูปพรรณ มักโดนหักเพิ่มตอนขายคืน
เหมาะกับ นักลงทุนระยะกลาง–ยาว ผู้ที่อยากใส่เป็นเครื่องประดับด้วย
ขนาดเริ่มต้น มักเริ่มที่ 0.1 บาท, 1 บาท เริ่มได้ตั้งแต่ 1 สลึง (0.25 บาท)
ความสะดวกในการซื้อ ซื้อผ่าน Gold Wallet ได้ทันที ต้องไปที่ร้านทอง หรือสั่งทำ

🎯 แล้วมือใหม่ควรเลือกแบบไหนดี?

ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการลงทุนทองคำแบบเก็บยาว หวังผลตอบแทนจากราคาทองในอนาคต ทองคำแท่ง มักจะตอบโจทย์กว่า เพราะไม่เสียค่ากำเหน็จและขายคืนได้ราคาดีกว่า

แต่ถ้าคุณอยากใส่ทองด้วย ลงทุนไปด้วย หรืออยากให้ทองเป็นของขวัญแบบมีคุณค่า ทองรูปพรรณ ก็ไม่ผิดค่ะ แค่ต้องเข้าใจว่าราคาขายคืนจะน้อยกว่าทุน

💬 ผู้เขียนเองก็เริ่มจากทองคำแท่ง 1 บาทใน Gold Wallet — ไม่มีทองให้เห็น แต่มีทองให้ขาย!

📌 อ้างอิงข้อมูลจาก: สมาคมค้าทองคำ, ร้านทองทั่วไป และประสบการณ์ตรงของผู้เขียน

📚 ย้อนดูทุกตอนในซีรีส์นี้

รวมลิงก์ทุกบทความในชุด “มนุษย์เงินเดือนอยากเริ่มลงทุน” ไว้ที่เดียว

👉 เปิดดูซีรีส์ทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568

ลงทุนทองคำแบบงบน้อย ก็เริ่มได้ง่าย ๆ ผ่านแอปเป๋าตัง Gold Wallet paotang

ดูคู่มือเต็มๆ 👉การซื้อขายทอง

ลงทุนทองคำแบบงบน้อย ก็เริ่มได้ง่าย ๆ ผ่านแอปเป๋าตัง

สำหรับใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนและสนใจลงทุนทองคำ แต่ยังไม่มีเงินก้อนใหญ่ — คุณสามารถเริ่มต้นได้จริง โดยไม่ต้องรอให้พร้อม 100% ด้วยการใช้บริการ Gold Wallet ผ่านแอป เป๋าตัง ที่เชื่อมต่อกับร้านทองที่เชื่อถือได้ และสามารถใช้บัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ (USD) ของ ธนาคารกรุงไทย ได้อีกด้วย

💛 ข้อดีของการลงทุนผ่าน Gold Wallet

  • เริ่มซื้อขายทองคำออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องถือทองจริง
  • อ้างอิงราคาตลาดโลกแบบเรียลไทม์
  • สามารถซื้อสะสมทีละน้อยตามงบที่มี
  • ปลอดภัย เชื่อถือได้ เพราะเชื่อมตรงกับร้านทองในระบบที่ได้รับการรับรอง

💰 ใช้บัญชี USD ของกรุงไทย ดอกเบี้ยสูงถึง 2.5% ต่อปี

สำหรับคนที่ยังไม่อยากซื้อทองทันที สามารถถือเงินไว้ในบัญชี เงินฝากสกุล USD ของธนาคารกรุงไทยเงินฝากสกุล USD ของธนาคารกรุงไทย เพื่อรอโอกาสการลงทุน โดยบัญชีนี้ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 2.5% ต่อปี*

กล่าวคือ… แม้คุณจะยังไม่ซื้อทองในวันนี้ เงินที่ถืออยู่ก็สามารถ “งอก” ได้ทุกวันจากดอกเบี้ย

💬 ผู้เขียนก็ลงทุนด้วยวิธีนี้เช่นกัน — ถือเงิน USD รอจังหวะที่ราคาทองเหมาะ แล้วค่อยซื้อผ่าน Gold Wallet
สะดวก ใช้งานง่าย และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมซ่อนเร้นใด ๆ

*อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียนบทความ — โปรดตรวจสอบกับธนาคารกรุงไทยอีกครั้งเพื่อความถูกต้องล่าสุด
👉 ข้อมูลเพิ่มเติม: Gold Wallet บนแอปเป๋าตัง — ธนาคารกรุงไทย

📚 ดูทุกตอนในซีรีส์นี้

รวมลิงก์ทุกบทความในชุด “มนุษย์เงินเดือนอยากเริ่มลงทุน” ไว้ที่เดียว

👉 เปิดดูซีรีส์ทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

ซื้อหรือขายกองทุนรวมได้หลายบลจ. ด้วยบัญชีเดียว NOMURA iFUND

ซื้อหรือขายกองทุนผ่านโบรกเกอร์ ไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม จะซื้อของ บลจ. ไหนก็ได้ รวมอยู่ในพอร์ตเดียว   "NOMURA iFUND"
หยุดยาวสงกรานต์ได้มีโอกาสนั่งดูทีวีรายการดีดี ที่ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้ดูสักเท่าไหร่เพราะทำงาน  ไม่แน่ใจว่าเป็นรายการอะไร แต่ว่าฉายทางช่อง Money channel โดยทางรายการนำเอาสัมมนาสื่อการลงทุนออนไลน์มาให้ดู น่าจะเป็นการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆของเหล่า บลจ.และตัวแทนการซื้อขายและลงทุน ไอ้ตอนเราเปิดดูก็เจอตอนที่บริษัทโนมูระฯกำลังชี้แจงถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ตัวนึง คือบัญชีสำหรับซื้อกองทุนรวม NOMURA iFUND ซึ่งเรากำลังสนใจพอดี เลยฟังต่อ ก็เห็นว่าเปิดบัญชีนี้แล้วสามารถซื้อขายกองทุนได้กับหลายบลจ. และยังมีการแนะนำกองทุนฯพร้อมส่งบทวิเคราะห์สถานการณ์ด้านการลงทุนได้อีกด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายไม่มี มีแค่ค่าธรรมเนียมกองทุนที่บลจ.เรียกเก็บตอนที่ซื้อขายหน่วยลงทุนเท่านั้น (ก็เหมือนกับเราซื้อกองทุนโดยตรงกับทางธนาคาร)

โดยผู้บรรยายบอกเลยว่า ทางโนมูระฯจะได้ผลประโยชน์จากการเป็นตัวแทนขายให้กับทางบลจ.อยู่แล้ว จึงไม่มีการเรียกเก็บจากลูกค้าที่เปิดบัญชี  NOMURA iFUND เพื่อซื้อกองทุนรวมผ่านบัญชีออนไลน์นี้ จึงนับว่าเหมาะสำหรับคนที่อยากเฉลี่ยพอร์ตการลงทุนไว้กับกองทุนที่ถูกใจ หลายๆกองทุนซึ่งอาจจะอยู่กับหลายบลจ. ซึ่งแต่ก่อนอาจต้องตามไปเปิดบัญชีกองทุนทุกๆ บลจ. แต่หากเป็นบัญชี  NOMURA iFUND  ก็เหมือนกับมีโบรคเกอร์คอยเป็นตัวกลางตัวแทน ซื้อ-ขายกองทุนรวมให้เรา โดยเราสามารถส่งคำสั่งซื้อกองทุนกับหลายๆบลจ.ได้จากบัญชีนี้ได้เลย

ทีนี้เราก็ไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติม และนำตัวอย่างมาให้ดูว่ามันมีหน้าตาเป็นอย่างไร
ตัวอย่างบางส่วนจากหน้าบัญชีออนไลน์

หน้าตาบัญชีใช้ง่ายเครื่องมือเยอะ และจัดเป็นหมวดหมู่ สามารถดูพอร์ตของเรา พร้อมทั้งดูอัพเดทข้อมูลกองทุนต่างๆ ก่อนตัดสินใจซื้อหรือสับเปลี่ยนก็ได้ในบัญชีเดียว 

ในระหว่างที่เลือกดู หรือศึกษาข้อมูลกองทุนต่างๆ ยังมีเครื่องมือช่วยเปรียบเทียบในแต่ละกองทุนที่เราสนใจด้วย พร้อมเลือกดูจากกราฟ (chart) ก็ได้อีกด้วย 

และนี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วน ซึ่งเราคิดว่าการที่เครื่องไม้เครื่องมือเยอะแยะ แต่ใช้งานง่ายย่อมเป็นเรื่องดี เพราะเราจะได้คลิกๆ ส่งคำสั่งซื้อขาย และดูข้อมูล ข่างสารอัพเดทต่างๆ ได้ในบัญชีเดียวนี้เลย ไม่ต้องเปิดเว็บแบงค์นั้น แบงค์นี้เพื่อหาซื้อกองทุนใหม่ๆ เข้ามาในพอร์ต  สรุปสั้นๆของ

บริการ NOMURA iFund
จุดเด่น

บริการซื้อ ขาย และสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากหลากหลาย บลจ.ชั้นนำ ที่บล.โนมูระฯ เป็นตัวแทน
สะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัย ผ่านการใช้งานทางอินเทอร์เน็ต
สรุปพอร์ตการลงทุนของทุก บลจ. ที่ท่านลงทุนไว้ในที่เดียวและสามารถตรวจสอบสถานะการลงทุนได้ทันที
บริการคัดเลือกกองทุนรวมและ แนะนำกองทุนเด่นรายสัปดาห์ (อันนี้แล้วแต่ผู้ซื้อพิจารณา)
สามารถค้นหากองทุนรวมที่ออกเสนอขายใหม่ (New IPO) ได้ทุกวัน
บริการข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนรวมต่าง ๆ เช่น ผลการดำเนินงาน นโยบายการลงทุน เงินปันผล และค่าธรรมเนียม เพื่อให้ผู้ลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้อย่างสะดวก
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากที่ บลจ.เรียกเก็บ
ซื้อหรือขายกองทุนผ่านโบรกเกอร์ ไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม จะซื้อของ บลจ. ไหนก็ได้ รวมอยู่ในพอร์ตเดียว แต่ข้อเสียคือเรื่องเวลาซื้อหรือขายจะต้องส่งคำสั่งเร็วกว่า บลจ. โดยตรง ประมาณ 14.30 น.. (แล้วแต่ บลจ. กำหนด)

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับมือใหม่หัดลงทุนทุกคน
Bye
"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน"




วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

กองทุนรวม ใครๆ ก็ซื้อได้ (ตอน 5) ดูพอร์ตของผู้เริ่มต้น My port

ห่างหายไปนานเลย วันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้ายก่อนจะหยุดยาวสงกรานต์ จะมาอัพเดทพอร์ตกองทุนรวมให้ชาวบล้อกอ่านเพลินๆจากความเดิมตอนที่แล้ว เราเริ่มซื้อกองทุนไว้สำหรับเป็นที่พักเงิน และเราก็ขายกองทุนออกบางส่วนเพื่อนำเงินก้อนออกไปใช้จ่ายเป็นค่าประกันชีวิตแบบรายปีจำนวนเงินประมาณ 17000 บาท ซึ่งประกันตัวนี้เราจ่ายเพื่อเป็นค่าคุ้มครองชีวิต และเป็นออมทรัพย์ด้วย คือครบกำหนด 14 ปีก็จะได้เงินทุนประกันคืน 100,000และบวกปันผลอีก 30% เงินส่วนนี้ที่เคยนำไปพักไว้ในกองทุนรวมความเสี่ยงน้อย กำไรไม่เยอะ แต่ก็ไม่ขาดทุนและนำไปต่อยอดออมทรัพย์ต่อในประกันออมทรัพย์ ซึ่งยังไงก็ยังคงเป็นเงินเก็บอยู่ ^_^

ทีนี้เราก็เริ่มต้นนำเงินส่วนนึงไปพักไว้เช่นเดิม คือเข้ากองทุนความเสี่ยงน้อยไว้ตามปกติ K-MONEY และ K-MPLUS แต่เราจะแบ่งเงินมาลงทุนเพิ่มเติม แบบกล้าได้กล้าเสียในกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น (เพื่อให้ได้กำไร/ หรืออาจขาดทุนย่อยยับ55+) เราเลยเข้าไปหาอ่านรายละเอียดของกองทุนต่างๆ ไปเจอเข้ากับกองทุนสุขภาพ K-GHEALTH(UH) ลงทุนในหุ้นสุขภาพ และตราสารหนี้บางส่วนเปอร์เซนต์โดยประมาณลงทุนในหุ้นกลุ่มสุขภาพ 80% ตราสารหนี้อื่นๆ 20% ตรงกับความต้องการเรา จึงเริ่มทยอยซื้อ ครั้งแรกซื้อก่อน 5000 บาท และทยอยซื้อรายครั้ง ครั้งละ 500 บาท ที่ทยอยซื้อเพราะจะได้เป็นการเฉลี่ยต้นทุน เพราะการลงทุนในหุ้นมันเสี่ยง แต่ละวันเราไม่มีเวลามานั่งคำนวณหรือคาดการณ์ว่าวันนี้ราคา NAV จะดี จะขึ้นจะลงกี่บาท คิดเป็นกี่ % อีกอย่างนะ เพราะเราลงทุนไม่มาก เลยไม่อยากเว่อร์ ไม่อยากมานั่งเสียเวลาเสียดายเงิน หรืออยากได้กำไรมากๆ หากลงทุนน้อย กำไรก็น้อยเป็นของธรรมดา แต่การเฉลี่ยต้นทุน มันก็ทำให้เราไม่ขาดทุนเยอะแยะเสียจนรับไม่ได้ หากขาดทุนมากก็ต้องยอมขายกองทุนทิ้งไป เหมือนหุ้นนั้นแหละที่ต้องยอมปล่อยเมื่อ ถึงจุด Cut loss จะถือไว้ให้ยิ่งเจ็บทำไม เอาล่ะ มาต่อที่กองทุน  K-GHEALTH(UH) ระดับความเสี่ยง 7  อันนี้เรารับได้ ระยะเวลาในการซื้อ และขายคืน T+4 อันนี้เราก็รับได้ เพราะตั้งใจไว้ว่าจะลงทุนอย่างเดียว คือยังไม่ขายง่ายๆ ถือยาวๆ (ถ้ามันยังดีอยู่นะ) และจะถือให้ครบรอบจ่ายปันผลด้วย เพราะไม่ใช่แค่ถือไว้พักเงิน หรือหากำไรจากการเพิ่มมูลค่าของราคาเท่านั้น กองทุนนี้มีนโยบายจ่ายปันผลด้วย ถ้ามีหุ้นเยอะก็ได้เยอะเลยนะ (มโนไป55+)

(ข้อมูลกองทุน  K-GHEALTH(UH) แบบพอสังเขปดูได้ที่ภาพด้านล่างของบทความ)

ลองดูพอร์ตเล็กๆ ของเราดูนะ เพิ่งทยอยซื้อเล็กๆน้อยๆ ไม่เยอะมาก เอามาให้ดูเป็นตัวอย่างให้คนที่อยากเริ่มต้น แต่ยังกล้าๆ กลัวๆ เราบอกตรงนี้เลยว่าไม่ยาก อ่านจากบทความก่อนๆ ของเราได้ การเริ่มต้นไม่ยากเลย พอเป็นแล้วก็ค่อยๆ บริหารพอร์ตไป จะซื้อทอง เก็บเงินสด ซื้อหุ้น หรือกองทุนก็ได้ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์เลยจ้ะ
ตัวอย่างพอร์ตกองทุนรวมของผู้เริ่มต้น  ตราสารหนี้ 36% ตราสารทุน 64%

เห็นมั้ยถึงพอร์ตของเราจะเล็กๆ แต่มันก็พอมีกำไร หากมันจะกำไรน้อยกว่านี้หรือติดลบไปบ้าง เราก็ยังพอรับได้ เพราะเราซื้อแล้วก็กะทิ้งไว้นานๆ ทยอยซื้อทีละ 500 ไปเรื่อยๆ มันจะโตขึ้นและเพิ่มมูลค่าไปเรื่อยๆ หากเราเห็นว่ามันติดลบมากๆ หากไม่ขายคืน ก็สามารถสับเปลี่ยนกองทุนไปเป็นกองทุนอื่นๆ ที่เราสนใจ หรือนำไปลงทุนแนวอื่นไปเลยก็ยังได้ บริหารกันให้ดีก็แล้วกัน

sample รวมๆการออม

ยังไงเราก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ผู้ที่คิดเริ่มลงทุนแบบเรานะ
เจอกันอีกทีตอนรายงานพอร์ตครั้งต่อไป Bye Bye


ข้อมูลกองทุน K-GHEALTH(UH)



"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน"

สามารถติดตามบทความเกี่ยวกับการลงทุนของเราได้ที่นี่จ้า
: รวมบทความ "มือใหม่หัดลงทุน"


วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

K-Expert Workshop เพื่อมือใหม่หัดลงทุนในกองทุนรวม March 2016

คอร์สเวิร์คช้อปเรื่องการลงทุน เดือน มีนาคม 2559 

จองได้แล้ว กับ K-Expert Workshop เรียนสนุก เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง!

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เพิ่มโอกาสการออมเงิน ด้วยการลงทุนผ่านกองทุนหุ้นในยุโรป (EU) และสหรัฐฯ (US) Mutual Fund


ไปเจอบทความดีดี เรื่องการแนะนำกองทุนและหุ้นในตลาดต่างประเทศ น่าสนใจดีนะ เพราะซื้อกองทุนรวมบางกองทุนก็มีไปลงทุนในตลาดต่างประเทศบเหมือนกัน หากได้ศึกษาเพิ่มเติม เราน่าจะสามารถซื้อกองทุนในตลาดต่างประเทศเพื่อเก็งกำไรได้ไม่ยาก ^^

ติดตามบทความมือใหม่หัดลงทุน กองทุนรวมใครๆก็ซื้อได้ >>

อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความของออมมันนี่
ทำไมจึงไม่ควรพลาดการลงทุนในยุโรป (EU) และสหรัฐฯ (US)


ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก Aommoney.com
2559

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

แนะนำคอร์สดีดี หัดลงทุนในหุ้น

K-Expert Workshop จับจังหวะหุ้น ด้วยกราฟพื้นฐาน

คอร์สแนะแนวการใช้กราฟดูหุ้น จับจังหวะการซื้อ-ขายจากผู้ชำนาญ
ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ ใครสนใจรีบสำรองที่นั่งกันได้เลยจ้า งานนี้ฟรีนะ

เหมาะกับผู้เริ่มต้นซื้อ-ขายหุ้นด้วยกราฟ

หัดเรียนรู้การใช้กราฟเพื่อค้นหา และจับจังหวะซื้อ-ขายหุ้น
ด้วยเครื่องมือพื้นฐานทางเทคนิค 
สัมมนาฟรี ดี๊ดีอ่ะ

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

กองทุนรวม ใครๆ ก็ซื้อได้ (ตอน 4) เปิดบัญชีกองทุนรวม

ตอนสุดท้ายแล้วที่เราจะนำเงินออมไปลงทุน 
กองทุนรวม ใครๆ ก็ซื้อได้ (ตอน 4) เปิดบัญชีกองทุนรวม
จากตอนที่แล้ว ตั้งใจจะไปเปิดบัญชีกองทุน แต่ก็แป็กเพราะระบบกำลังปรับปรุง จึงทำให้ไม่ได้เปิดบัญชีฯ สักที  จนเมื่อ 2 วันที่แล้วเราก็ได้โอกาสไปเปิดบัญชีมา ทำให้วันนี้เรามีพอร์ตการลงทุนแล้ว 
ขอลำดับขั้นตอนง่ายๆให้ฟังดังนี้นะ

- นำสมุดบัญชีที่ต้องการนำไปผูกไว้กับบัญชีกองทุน (บัญชีที่เราจะไว้ใช้ซื้อขาย รับปันผล ฯลฯ)
- ไป บลจ. ของกองทุนรวมที่เราจะซื้อ และทำการเปิดบัญชีพร้อมซื้อหน่วยลงทุนได้เลย

เป็นไงล่ะไม่ยากเลย แต่อย่าลืมไปซื้อในวัน และเวลาทำการด้วยนะ จันทร์ - ศุกร์ 

ทีนี้ไปลองดูพอร์ต ตัวอย่างของเรากัน 
(ที่เคยบอกไว้ว่าซื้อกับ บลจ.กสิกร เพราะมีบัญชี online อยู่แล้ว)















สรุปภาพรวมพอร์ตการออม
ในพอร์ตของเราจะรวมสินทรัพย์การออมทั้งหมดเอาไว้ ดูจากรูปจะเห็นว่ามีกราฟวิเคราะห์สรุปให้ว่าสินทรัพย์ประเภทไหนคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ และเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากหรือน้อยเท่าไหร่

















เมื่อเลื่อนหน้านี้ลงมาก็จะเห็นว่าแยกประเภทชัดเจนขึ้นว่าเป็นสินทรัพย์ชนิดใด มีมูลค่าอยู่เท่าไหร่ และหากต้องการทราบรายละเอียดสินทรัพย์นั้นๆ ก็คลิกดูเพิ่มเติมได้เลย

ตัวอย่างคลิ๊กดูรายละเอียดกองทุนรวมK-MONEY ที่เราซื้อไว้ มีจำนวนหน่วยคงเหลือ, ราคาNAV, กำไร/ ขาดทุนรวมแล้วเป็นเท่าไหร่ ซึ่งหากซื้อเพิ่ม หรือมีมากกว่าหนึ่งกองทุน ก็จะมีรายงานอยู่ในหน้านี้ ส่วนหลักทรัพย์ก็คือหุ้น (กรณีมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และมีการซื้อหน่วยลงทุนในหุ้นต่างๆ) สินทรัพย์อื่น ก็คือทรัพย์สินที่เราครอบครองที่ต้องการนำมาบันทึกไว้ ซึ่งสามารถเพิ่มรายการได้ ตัวอย่างคือ บ้าน รถ ทองคำ อะไรประมาณนี้ 

และหากจะทำรายการซื้อขาย สับเปลี่ยนกองทุนเราก็ต้องใช้อีกหน้านึงที่ชื่อว่า K-Cyber Invest ก็จะเจอหน้าสำหรับทำรายการซื้อขายสับเปลี่ยนกองทุนรวม
page : K-Cyber Invest ทำรายการซื้อขาย สับเปลี่ยนกองทุนฯ











ป็นไงกันบ้าง ไม่อยากอย่างที่คิด การเดินทางก็ต้องมีจุดเริ่มต้นกันทั้งนั้น ต่อจากนี้ก็จัดสรรเงินออม ซื้อเพิ่มหรือหาสะสมกองทุนปันผล หรือซื้อขายสับเปลี่ยนกองทุนเพื่อทำกำไร ก็แล้วแต่ประสบการณ์การลงทุนของแต่ละคน 

ขอบคุณที่อ่านกันค่ะ 
"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน"

สามารถติดตามบทความเกี่ยวกับการลงทุนของเราได้ที่นี่จ้า: รวมบทความ "มือใหม่หัดลงทุน"


วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

กองทุนรวม ใครๆ ก็ซื้อได้ (ตอน3.1) ประชาสัมพันธ์ คอร์ส Work Shop ดีดี จาก K-Expert

คอร์ส Work Shop ดีดี จาก K-Expert ประจำเดือน กันยายน 2558


เราขอแนะนำคอร์สเสริมแกร่งกองทุนรวมแล้วกันนะ เพราะเราได้มีโอกาสไป Work Shop คอร์สนี้มาแล้วเมื่อ 2-3 เดือนก่อน ดีมาก เห็นภาพได้ปฏิบัติจริง ทำให้ได้ไอเดีย และเพิ่มความรู้ขึ้นเยอะ เช่นการรับข้อมูลข่าวสารทางศก. การเมืองทั้งในและต่างประเทศ ที่มีผลกระทบกับตลาดทุน และกองทุนที่เราจะซื้อ หรือมีอยู่แล้วในพอร์ต

ยังไงใครอยากเพิ่มพูนความรู้เรื่องการลงทุน สมัครไปเลยค่ะ ฟรี และสาระแน่น

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

กองทุนรวม ใครๆ ก็ซื้อได้ (ตอน 3) เลือกกองทุนรวม


หลังจากตอนที่แล้ว เลือกกองทุนและพร้อมจะออกไปซื้อที่ธนาคาร ปรากฎว่าระบบของทางธนาคารยังไม่เสถียรจึงไม่พร้อมเปิดบัญชีให้เรา -"-

ทีนี้เลยคิดว่าจะมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในการคัดเลือกกองทุนแล้วกัน เพราะตอนที่แล้วรวบรัดไปหน่อยเพราะไม่อยากให้เยอะแยะมาก แต่ไหนๆก็ยังพอมีเวลาเราก็จะขอมาเพิ่มเติมอีกหน่อยนึง

ข้อมูลกองทุนรวมตลาดเงิน   2 ตัวเดิมที่เรานำมาเทียบครั้งที่แล้ว
K-MONEY ของบลจ.กสิกรไทย กับ B-TREASURY ของบลจ.บัวหลวง

หน้าเว็บของแต่ละบลจ.จะระบุข้อมูลเบื้องต้นของหุ้นไว้ประมาณนึง เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้ามาดู และหากสนใจผู้ลงทุนก็จะคลิ๊กเข้าไปโหลดหนังสือชี้ชวน และข้อมูลของกอทุนมาอ่านเพิ่มเติมต่อไป

ตัวอย่าง K-MONEY 

หลังจากที่เราเลือกหุ้นแล้ว หน้าเว็บจะแสดงราคา NAV ล่าสุดของหุ้นที่เราเลือกดู ซึ่งเป็นราคาแบบยังไม่รวมค่าธรรมเนียมใดๆ เป็นราคาที่จะใช้คำนวนในวันที่เราซื้อ ดูจากกราฟของ K-money ก็เรื่อยๆ ไม่ยึกยักขึ้นๆลงๆ เหมือนกลุ่มตราสารทุน หรือหุ้นสามัญ ก็อย่างที่เคยบอกไป กองทุนนี้ความเสียงไม่มาก แต่เป็นแบบเน้นคงเงินต้นไว้

ตัวอย่าง B-TREASURY



ของบัวหลวงก็แสดงข้อมูลคล้ายๆ กัน ซึ่งรายละเอียดจำพวก กองทุนนี้นำเงินไปลงทุนในแหล่งเงินใดบ้าง คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ มีค่าธรรมเนียมในการจัดการกองทุนกี่บาท และผลดำเนินการย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาเป็นอย่างไร ในหนังสือชี้ชวนจะแสดงข้อมูลได้ครบถ้วนกว่านี้ หากสนใจให้โหลดมาอ่านกันเพราะมันสำคัญมากในการจะตัดสินใจเลือกซื้อสักกองทุนนึง

ยังไงถ้าสนใจจะลงทุนแล้วอยากให้ตั้งใจ และทำความเข้าใจเพราะเมื่อไรเราซื้อแล้วก็เท่ากับว่าเราเป็นเจ้าของ เราก็ควรจะต้องรู้จักของๆเรา จะได้จัดการบริหารได้ถูกต้องไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

เจอกันตอนต่อไป ตอนซื้อได้แล้วนั่นล่ะ เพราะคงต้องทิ้งระยะเวลาให้ระบบธนาคารเสถียร และที่สำคัญ
จะลางานได้ไหมน้อออ -_-"

บายย
see ya!

"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน"

อ่านตอนที่แล้วได้ที่นี่ >>> กองทุนรวม ใครๆ ก็ซื้อได้ (ตอน 2)

หรือติดตามบทความเกี่ยวกับการลงทุนของเราได้ที่นี่จ้า: รวมบทความ"มือใหม่หัดลงทุน"

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

กองทุนรวม ใครๆ ก็ซื้อได้ (ตอน 2) ซื้อกองทุนรวมไหนดี

ต่อจากตอนที่แล้ว เราดูอัตราดอกเบี้ยเงินฝากละ ทีนี้เราจะคัดเลือกกองทุนรวมที่เหมาะจะนำเงินออมของเราไปลงทุน

เลือกมาได้ 2 กองทุน ของแบงค์ใหญ่ๆ คือK-MONEY และ B-TREASURY ขอเปรียบเทียบกันแบบบ้านๆ แบบนักลงทุนมือใหม่อ่ะนะ คือดูที่หน้าเว็บไซส์ของบลจ. และดาวน์โหลดหนังสือชี้ชวน ซึ่งมีข้อมูลสาระสำคัญๆของกองทุนนั้นๆ มาอ่าน

เริ่มต้นด้วย
K-MONEY ของบลจ.กสิกรไทย
ความเสี่ยงต่ำอยู่ระดับสอง (จาก1-8)  สถาพคล่องสูงขายคืนได้ทุกวัน และรับเงินหลังจากวันทำรายการ 1 วัน (T+1) ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายไม่มี มีแค่ค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน ดูได้จากหนังสือชี้ชวนของ บลจ.กสิกร การซื้อครั้งแรก เริ่มขั้นต่ำ 500 บาท (ดี๊ดี) การแบ่งสัดส่วนลงทุน ลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก มีทั้งในไทย และต่างประเทศ (กระจายไปหลายทางดีเนาะ เผื่อได้กำไร 55+)
การดำเนินงานย้อนหลังดี มีกำไรบ้าง เยอะกว่าดอกเบี้ยเงินฝากเราก็โอละ

ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือชี้ชวนฯ
อีกตัวนึงที่เข้าตา
B-TREASURY ของบลจ.บัวหลวง
ความเสี่ยงต่ำอยู่ระดับ 1 (จาก1-8)  สถาพคล่องสูงขายคืนได้ทุกวัน แต่รับเงินหลังจากวันทำรายการ 4 วัน (T+4) ก็ภายใน 5 วันได้เงิน ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายไม่มี มีแค่ค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน ดูได้จากหนังสือชี้ชวนของ บลจ.บัวหลวง การซื้อครั้งแรก เริ่มขั้นต่ำ 500 บาท ดีเหมือนกองทุนด้านบน
การดำเนินงานย้อนหลังดี มีกำไร เยอะกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เปอร์เซนต์ดีกว่าตัวด้านบนนิดหน่อย แต่ก็มีต่างกันอยู่ที่ตัวนี้ลงทุนไม่มีไปลงทุนที่ต่างประเทศนะ

ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือชี้ชวนฯ
สรุปนะ เราว่าดีพอๆกัน
แต่คือเรามีบัญชีออนไลน์กับของกสิกร และต้องการให้มีความเสี่ยงบ้างเล็กน้อยกระจายไปลงทุนในต่างประเทศบ้าง ซึ่งเคมันนี่ก็ตอบโจทย์เราได้ดี และสภาพคล่องคือถ้าขายคืนก็ได้ตังค์เร็วกว่า ถึงจะไม่กี่วัน แต่ไลฟ์สไตล์การใช้เงินของเรามันต่างกันนะ :P เลยคิดว่าจะซื้อ K-money โดยให้หักเงินในบัญชีได้เลยตอนซื้อครั้งแรก และหากซื้อเพิ่มหรือขายเราสามารถใช้ระบบออนไลน์ที่มีของเราทำรายการได้เลย นับว่าสะดวกสำหรับเรา

และสำหรับใครที่สนใจจะซื้อกองทุนรวมให้ศึกษาข้อมูลกันดีดีนะ ว่าจะลงทุนตัวไหนดี ซื้อได้วันไหน อย่างไร เพราะอย่างที่เราเล่าให้ฟังเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ย่นย่อมาก จริงๆเราดูไว้หลายกองทุนมาก อ่านรีวิวมาก็เยอะ เดินไปถามที่แบงค์ก็ไป สัมมนาฟรีเราก็ไปฟัง เพราะเรามือใหม่มาก เลยต้องการข้อมูลมาประกอบเยอะๆ จะได้ไม่มึน

แล้วครั้งหน้าจะมาแจงให้ฟังว่าซื้อแล้วเป็นไง ดูแลยังไงดี ติดตามกันได้จ้า

ศึกษาข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซส์ของบลจ.
"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน"

อ่านตอนต่อไปได้ที่นี่ >>> กองทุนรวม ใครๆ ก็ซื้อได้ (ตอน 3)

หรือติดตามบทความเกี่ยวกับการลงทุนของเราได้ที่นี่จ้า: รวมบทความ "มือใหม่หัดลงทุน"
  



วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ออมเงินกับการลงทุนในกองทุนรวม


ทุกวันนี้ทำงานกินเงินเดือนอย่างเดียว เก็บเงินไม่ค่อยได้ หรือว่าง่ายๆ คือออมเงินไม่ค่อยจะเป็น
ปกติจะออมแบบง่ายๆ ไม่เสี่ยงด้วยการฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ แต่ก็นั่นแหละ เห็นคนอื่นๆเค้า
เงินเดือนเยอะ เราก็อยากมีบ้างไรบ้าง ไว้เก็บไว้ใช้ยามเกษียณ หรือยามแก่เฒ่าไม่มีใครเลี้ยง หลายคนได้โบนัสปีละครั้ง หรือปีละสองครั้งก็นำเงินส่วนนั้นมาเป็นเงินออม หรือสร้างต้นทุนชีวิต ในด้านต่างๆ เช่นซื้อบ้าน ซื้อรถ แต่กับเรามันไม่ใช่เลย ถ้าอยากได้อย่างนั้นต้องเปลี่ยนงานไปเลยล่ะ เลยมองหาแหล่งเงินออม แบบไม่สนเงินโบนัส แต่สามารถใช้เงินเดือน เงินฝากของเราเอง หากจัดการให้ดี  ก็น่าจะเป็นแหล่งเงินออมให้เราได้ไม่มากก็น้อย ช่วงนี้เลยสนใจเรื่องการลงทุนในกองทุนรวม เคยศีกษามาอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่มีสภาพคล่องพอจะนำเงินไปไว้ในกองทุนหุ้นแบบนี้

จนมาช่วงนี้ มีหลายกองทุนที่เหมาะกับเรา และอ่านมาแล้วว่าการลงทุนในกองทุนรวมมีข้อดีอยู่เหมือนกันนะ คือ มีมืออาชีพหรือผู้เชี่ยวชาญมาบริหารจัดการการลงทุนให้ ไม่ต้องมีเงินมาก เพียงแค่หลักพันก็ลงทุนได้ มีนโยบายหลากหลายให้เลือกลงทุน และช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนด้วยการกระจายการลงทุนไปยังกองทุนหุ้นต่างๆ ที่มีพื้นฐานและปัจจัยที่ดี  นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป และผลตอบแทนในส่วนของกำไรส่วนเกินมูลค่าหน่วยลงทุนไม่ต้องเสียภาษีด้วยนะ

ทีนี้เราเลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับเราซึ่งปกติก็ฝากเงินไว้เฉยๆ ได้ดอกเบี้ยมาปีนีงสิบบาทยี่สิบบาทมั้ง
น่าจะลองนำเงินไปไว้ในกองทุนรวมแบบนี้เพื่อเพิ่มผลดอกเบี้ย และมีประสิทธิภาพ รวมถึงสภาพคล่องคล้ายกับเงินฝากออมทรัพย์ คือไม่ค่อยเสียงขาดทุน และสามารถนำเงินออกมาใช้ได้หากขายหน่วยลงทุนคืน (ก็แบบถอนเงินออกจากแบงค์)

เราว่านี่เป็นอีกทางเลือกหนี่งของการออมเงิน แบบดีกว่าฝังไว้ในใหเยอะเลย และยังมีสภาพคล่องดีกว่า
การซื้อประกันแบบออมเงินด้วย แต่ไม่ใช่ว่าการซือประกันออมเงินจะไม่ดีนะ เก็บเงินต้นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์และยังได้รับความคุ้มครองอีกต่างหาก ที่สำคัญยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย สำหรับเรา เราก็เลือกออมกับประกันออมทรัพย์ส่วนนึงเหมือนกัน นำไปใช้ลดหย่อนภาษี ไม่พอนะ ประกันออมทรัพย์ตัวที่เราซื้อยังมีนโยบายแบ่งเงินเบี้ยประกันไปลงทุนด้วย ได้ปันผลปีละครั้ง (คือเยอะกว่าดอกเบี้ยเงินฝากไง อิอิ)

นั่นล่ะ! ทำให้เราเล็งเห็นถึงโอกาสในกองทุนรวม ที่มีผู้ชำนาญนำเงินไปลงทุนให้เรา หาผลประโยชน์ให้เรา ที่เราต้องทำคือ รอรับปันผล ชิวๆ อยากรู้รายละเอียดการลงทุนก็เพียงขอดูรีพอร์ตจากผู้ดูแลกองทุนให้เราก็เท่านั้น เห็นมะ ไม่ยาก

งั้นต้องลองดูสักตั้งละ

ครั้งหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อ ขอเวลาไปนับตังค์ก่อน ว่าจะซื้อกองทุนไหน จำนวนเท่าไร
ผลเป็นไง ฯลฯ

บายย

อ่านตอนต่อไป คลิ๊ก>> กองทุนรวม ใครๆ ก็ซื้อได้ (ตอน 1)
เริ่มต้นหาตัวตนและความต้องการทางการเงิน


กองทุนรวม ใครๆ ก็ซื้อได้ (ตอน 1) เริ่มต้นการออม

 ตอนที่แล้ว ("ออมเงินกับการลงทุนในกองทุนรวม") เราตัดสินใจว่าจะแบ่งเงินออมจากบัญชีออมทรัพย์ มาไว้ในกองทุนรวมสักกองนึงเพื่อเพิ่มดอกผล ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงเฟ้นหากองทุนให้ตรงใจกับการใช้เงินของเรา เราจึงเลือกเน้นหากองทุนความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องสูงคือสามารถนำเงินออกมาใช้ได้แทบจะทันที หากเราด่วนใช้เงินก้อน ให้สภาพคล่องใกล้เคียงกับเงินฝากมากที่สุด ต้องการเงินเมื่อไรก็เบิกออกมาได้ทันที เลือกสองสามกองทุน จากบริษัทหลักทรัพย์ฯ ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเราก็เลือกเป็นกลุ่มธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่นั่นเอง กรุงไทย กสิกร กรุงศรี ประมาณนี้

เราเลือกกองทุนรวมตลาดเงิน เพราะกองทุนจะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ และเงินฝากซึ่งทำให้เสี่ยงน้อย เพราะไม่ผันผวนมากเหมือนหุ้น โดยเลือกจากสภาพคล่องของการซื้อขายหน่วยลงทุน อย่างน้อยต้องสามารถซื้อขายได้ทุกวัน (เผื่อต้องการนำเงินออกมาใช้ด่วน) และไม่มีค่าธรรมเนียม แต่อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจก่อนว่า สภาพคล่องจะไม่เท่าเงินฝาก หากต้องการขายหน่วยลงทุน(หุ้นที่เราซื้อไว้)ออกมา จะมีระยะเวลาทำการอย่างน้อย 1 วัน เช่นทำรายการขายคืนวันนี้ เราจะได้รับเงินในวันถัดมา จะไม่ได้ทันทีเหมือนเดินไปกดตังค์ที่ตู้ ATM ซึ่งหากตัดสินใจลงทุนแล้วต้องยอมรับเงื่อนไขตรงนี้

พอรับเงื่อนไขเรื่องสภาพคล่องได้แล้ว ก็มาดูการซื้อครั้งแรกว่ามีขั้นต่ำมากหรือน้อย ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกเยอะมากๆ 500 บาทก็ซื้อกองทุนรวมได้แล้ว ^^ แต่ก็ต้องขอแนะนำว่าลงทุนไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน ไม่ใช่ซื้อไว้แค่ห้าร้อยทิ้งไว้แล้วจบนะ อย่างนั้นไม่ได้ดอกผลอะไรเท่าไร

เปลี่ยนการออมบ้างเพื่อให้ได้ผลประโยชน์มากกว่าฝากเงินทิ้งไว้เฉยๆ ได้ผลตอบแทนน้อย เพราะไม่ได้นำออกไปเสียงลงทุนที่ไหน จะเสี่ยงก็ตามภาวะผันผวนของดอกเบี้ยตามศก.ก็เท่านั้น ฉะนั้นเราต้องเลือกกองทุนที่จะให้ผลประโยชน์กับเราแบบหนีดอกเบี้ยเงินฝากไปสักหน่อยแล้วกัน งั้นเริ่มต้นดูดอกเบี้ยเงินฝากปัจจุบันเพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกกองทุนก่อนเลย
ที่มา: http://www.thaibond.com
ตามตารางเราก็จะเห็นว่าดอกเบี้ยแต่ละธนาคารประมาณกี่% ซึ่งเราจะไม่ดูแบบฝากประจำนะ เพราะสภาพคล่องไม่ตรงกับความต้องการ

ตอนหน้าจะมาแสดงตัวอย่างกองทุนรวมที่น่าสนใจ และสรุปว่าตัวไหนตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้เงินของเราที่สุด

บายย
See ya!


อ่านต่อตอนที่ 2 ได้ที่นี่ >>    กองทุนรวม ใครๆ ก็ซื้อได้ (ตอน 2)


การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน









All time Popular Post