แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังคม-การเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังคม-การเมือง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ถ้าคุณไม่รู้หน้าที่ของตัวเอง… คุณไม่ใช่เพื่อนร่วมทีม แต่คืออุปสรรคของงาน If You Don’t Know Your Role, You’re Not a Teammate

 

“ทำงานช้าได้ แต่อย่าทำให้ใครต้องรอ”

คำพูดนี้ไม่ใช่เรื่องของความเร็ว แต่มันคือ ความเข้าใจในหน้าที่ของตัวเอง


ในทุกองค์กร ทุกทีม ทุกโปรเจกต์ ไม่มีใครทำงานลำพังได้เลย

แม้แต่นักเขียนมืออาชีพก็ต้องมีบรรณาธิการ นักออกแบบ คนจัดส่ง

แม้แต่แพทย์ก็ต้องพึ่งพาพยาบาล เภสัชกร แอดมินโรงพยาบาล

แม้แต่ CEO ยังต้องอาศัยทีมขับเคลื่อนแผนงาน


แต่สิ่งที่ทำให้งาน “ค้าง” “ชะงัก” หรือ “เสียความเชื่อมั่น”

ไม่ใช่เพราะทำงานผิดพลาด แต่เพราะมีใครบางคน…ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ

เขาไม่รู้หน้าที่ตัวเอง หรือรู้…แต่ไม่แคร์


❗️ทำไมการ “ไม่รู้หน้าที่ตัวเอง” ถึงอันตราย?


เพราะมันทำให้ทีมต้อง “เดา”

มันทำให้คนอื่นต้อง “รอ”

และสุดท้าย มันทำให้งานล่าช้าอย่างไร้ความจำเป็น


คนที่ “ไม่กล้าตัดสินใจ”

คนที่ “ส่งงานช้าโดยไม่สื่อสาร”

คนที่ “ไม่ชัดเจนว่าอะไรใช่หน้าที่ตัวเองหรือเปล่า”

ทั้งหมดนี้คือ ภาระของทีม ไม่ใช่ทรัพยากรขององค์กร


🤖 และในยุคที่ระบบดิจิทัลทำงานได้ตรงเวลา สื่อสารได้แม่นยำ


หาก มนุษย์คนหนึ่ง “ห่วย” กว่าระบบอัตโนมัติ

แล้วองค์กรจะรักษาไว้เพื่ออะไร?

ระบบไม่อิดออด

ระบบไม่เงียบหาย

ระบบไม่โยนงาน

ระบบไม่ทำให้ทีมต้องเสียความเชื่อใจ


หาก “มนุษย์” ยังพลาดซ้ำ ๆ และไม่เคยรับผิดชอบ

องค์กรมีสิทธิ์และหน้าที่ที่จะ “ตัด” คนคนนั้นออก


ไม่ใช่ด้วยความโกรธ

แต่เพื่อรักษาความก้าวหน้าของคนที่ยังมีคุณภาพและไฟในการทำงาน


🌱 ถ้าคุณเป็นคนทำงานคนหนึ่ง

ขอให้ถามตัวเองบ่อย ๆ ว่า:

วันนี้ฉันรู้หน้าที่ของฉันจริงหรือเปล่า?

ถ้ามีคนรอฉันอยู่ ฉันสื่อสารให้เขารู้หรือยัง?

ฉันทำให้งานของทีมเดินไปข้างหน้าหรือถ่วงให้ล่าช้า?


หากคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัด

คุณคือทรัพยากรที่มีค่าขององค์กร … มากกว่าระบบใดในโลก


 สรุปสั้น ๆ ไว้เตือนใจ

“ถ้าคุณไม่ชัดเจนกับหน้าที่ตัวเอง คนอื่นต้องเสียเวลาเดินลัดเลาะรอบเงาของคุณ”

และสุดท้าย…ถ้าใคร ๆ ต้องคอยหลีกคุณ

สักวันเขาอาจเลือก “ไม่เอาคุณไว้ในเส้นทางของงานอีกต่อไป”



Read More อ่านบทความอื่นๆ 💼 >> ไปที่หน้ารวมบทความ


#มนุษย์เงินเดือน #พนักงานบริษัท #องค์กร #ชีวิตการทำงาน

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ถ้าระบบโปร่งใส ตรวจสอบงบจัดซื้อจัดจ้างได้… เก้าอี้จะแพงไปไหม? ตึกจะถล่มได้หรือเปล่า?

ในบทความก่อนหน้า ฉันได้พูดถึงสิ่งที่พลเมืองธรรมดาคนหนึ่งต้องการจากรัฐ — ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ด้วยเทคโนโลยี

และในบทความนี้ ฉันอยากชวนให้เห็นว่า ที่อื่นนั้น เขาทำกันอย่างไร และทำไมมันถึง “ช่วยได้จริง”

อังกฤษใช้ AI ตรวจสอบงบจัดซื้อจัดจ้างอย่างไร?

สำนักงานกำกับการแข่งขันของอังกฤษ (CMA) ได้ทดลองใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยตรวจสอบ “กระบวนการเสนอราคา” และ “ราคาวัสดุ” ที่หน่วยงานภาครัฐจัดซื้อ

ระบบสามารถ เปรียบเทียบราคาที่บริษัทเสนอ กับราคาตลาดจริง ได้ทันที

หากมีการเสนอราคาสูงผิดปกติ เช่น เก้าอี้ตัวละ 10,000 บาท ในขณะที่ตลาดขาย 1,200 บาท — ระบบจะแจ้งเตือนทันที

ระบบยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของบริษัทที่เสนอราคา ว่ามีรูปแบบที่น่าสงสัยหรือไม่ เช่น สลับกันชนะ, ยิงราคาสูงทุกเจ้า ฯลฯ

“เทคโนโลยีนี้ไม่ได้มาแทนคน แต่ช่วย “ทำให้คนตรวจสอบได้เร็วกว่าเดิมมาก”


ถ้ามองกลับมาที่ไทย: จะช่วยได้แค่ไหน?

ประเทศไทยมีข่าว “ของจัดซื้อแพงผิดปกติ” แทบทุกปี เช่น:

เก้าอี้สำนักงานตัวละหลายหมื่นบาท (ทั้งที่หน้าตาธรรมดามาก)

คอมพิวเตอร์โรงเรียนแพงกว่าท้องตลาดหลายเท่า

อาคาร สตง. หลังใหม่ที่ถล่มลงมา ในขณะก่อสร้าง ซึ่งงบสร้างระดับพันล้าน! — แต่กลับพบว่า อาจใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน

คำถามง่าย ๆ คือ…

ถ้ามีระบบอัตโนมัติที่ตรวจสอบราคา + ตรวจจับความเสี่ยงตั้งแต่ต้น จะเกิดเหตุแบบนี้ไหม?


ถ้าไทยมีระบบแบบอังกฤษ จะเป็นอย่างไร?



ประชาชนไทยต้องการแค่สิ่งง่าย ๆ:

ไม่ต้องเป็นระบบสุดล้ำไฮโซไฮซ้อ แค่…

ราคาสมเหตุสมผล

วัสดุได้คุณภาพ

ไม่มีใครแอบได้ประโยชน์จากภาษีคนอื่น

ถ้ามีปัญหา ต้องตรวจสอบได้จริง


หากเรามีระบบที่ตรวจสอบได้อัตโนมัติ ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ซื้อของ — ไม่ใช่รอจนปัญหาเกิดแล้วค่อยตั้งกรรมการสอบ… เราจะไม่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์แบบตึกถล่มที่ไม่มีใครรับผิดชอบ หรือของราคาเว่อร์ที่ไม่มีใคร เอ๊ะ!?


จากใจพลเมืองคนหนึ่งเลยนะ

ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT หรือก่อสร้าง

แต่ฉันเสียภาษีเหมือนทุกคน และฉันแค่อยากรู้ว่า

“เก้าอี้ตัวนี้แพงไปไหม?”

“ตึกนี้ใช้เหล็กแบบไหน?”


ถ้าคำถามง่าย ๆ แบบนี้ ยังไม่มีคำตอบ…

ถึงเวลาแล้วไหมที่ เทคโนโลยีต้องเข้ามาเป็นด่านหน้า เพื่อให้ความโปร่งใสและยุติธรรมเกิดขึ้นได้จริง


อ้างอิง:  CMA unveils AI-powered tool to combat bid rigging in public procurement (DLA Piper)


Read More อ่านต่อ 💼 >> ไปที่หน้ารวมบทความ


#เสียงของพลเมือง #ภาษีของเรา #โปร่งใสตรวจสอบได้  

#งบประมาณรัฐ #สิทธิของประชาชน #การศึกษาไทย  

#อาหารกลางวันเด็ก #ระบบราชการไทย #ตรวจสอบงบประมาณ  

#ภาษีคือเงินของเรา #ประชาชนอยากรู้ #เทคโนโลยีเพื่อความโปร่งใส  

#รัฐต้องเปลี่ยน #การจัดซื้อจัดจ้าง 



วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

สิ่งที่พลเมืองผู้เสียภาษีอย่างฉันต้องการจากรัฐบาล: ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเทคโนโลยีที่ใช้จริง


ในฐานะพลเมืองคนหนึ่งที่เสียภาษีอย่างถูกต้องทุกปี ฉันไม่เคยคาดหวังให้รัฐดูแลทุกเรื่องแทน แต่ฉันมีความหวังว่า “เงินที่ฉันจ่ายเข้าไปในระบบ” จะถูกใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง ด้วยหลักที่เรียบง่ายที่สุด …ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความสมเหตุสมผล


โปร่งใส ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ต้องเป็นระบบ

ความโปร่งใสไม่ควรเป็นแค่แนวคิดบนกระดาษ แต่ต้องเกิดขึ้นจริง ผ่านระบบที่ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้

ในยุคเทคโนโลยีแบบนี้ การเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างงบประมาณ ควรเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ข้อยกเว้น

– งบจัดซื้ออาหารกลางวัน!

– งบวัสดุอุปกรณ์ในโรงเรียน!

– งบก่อสร้างของหน่วยงานท้องถิ่น!


ข้อมูลเหล่านี้ควรแสดงให้เห็นแบบเรียลไทม์ผ่านระบบออนไลน์ หรือ dashboard ที่พลเมืองทั่วไปเข้าใจได้ง่าย ไม่ใช่เอกสาร PDF หลายร้อยหน้าอ่านยาก

เพราะภาษีที่รัฐใช้…ก็คือ “เงินของทุกคน”


ความสมเหตุสมผลของงบประมาณ: ตัวอย่างจากอาหารกลางวันเด็ก

หนึ่งในตัวอย่างที่ฉันสะเทือนใจเสมอ คือ งบอาหารกลางวันสำหรับเด็กในโรงเรียน ซึ่งในหลายพื้นที่อยู่ที่ 20–25 บาท/คน/วัน

ในความเป็นจริงของค่าครองชีพปัจจุบัน เราทุกคนรู้ดีว่าเงินจำนวนนี้อาจยังไม่พอสำหรับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอ

แต่เมื่อเจาะลึกลงไป เราพบว่าปัญหาไม่ใช่แค่งบน้อย — แต่ยังมี ความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง และ “ระบบที่ไม่ยืดหยุ่นหรือไม่ตอบสนองกับความจริง”


ระบบที่ดี เริ่มต้นจากคนและกระบวนการที่ดี

สิ่งที่น่ากังวลไม่น้อยกว่าความไม่โปร่งใส คือ ความไร้ประสิทธิภาพของคนในระบบ — ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกคนเข้าทำงาน ไปจนถึงกลไกที่ขาดความรับผิดชอบ

บางครั้งคนในระบบดูเหมือนทำหน้าที่เป็นเพียง “กลไกเชิงเอกสาร” มากกว่าจะเป็นผู้มีใจรับใช้สาธารณะ

และเมื่อไม่มีความสามารถตรวจสอบถ่วงดุลกันได้อย่างแท้จริง สิ่งที่ควรเป็น “ระบบเพื่อคนส่วนใหญ่” ก็กลายเป็น “ระบบที่หลุดหายจากเป้าหมาย”


เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือความหวังใหม่

ฉันเชื่อว่า เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถเป็นตัวเปลี่ยนเกม ได้จริง

ระบบติดตามงบประมาณแบบเปิด (Open Budget)

ระบบจัดซื้อจัดจ้างอัจฉริยะ

AI ตรวจสอบความผิดปกติของโครงการ

หากรัฐให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ “เพื่อประชาชน” แทนที่จะเป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนระบบเดิม… เราจะเห็นคุณภาพการใช้งบประมาณดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม


ไม่ว่าจะรัฐบาลใด ความคาดหวังไม่เคยเปลี่ยน

สุดท้ายแล้ว ฉันไม่ต้องการเลือกข้างฝ่ายใด เพราะรัฐบาลจะเป็นสีอะไรไม่สำคัญเท่ากับว่า…

“เรามีระบบที่ทำให้คนดีอยู่ได้ คนไม่ดีถูกเปิดเผย และประชาชนตรวจสอบได้หรือไม่”

และหากยังไม่ถึงจุดนั้น สิ่งที่ฉันจะทำได้ คือ ตั้งคำถาม พูดความจริงอย่างสุภาพ และเรียกร้องให้ระบบที่เราอยู่ร่วมกันนั้น เป็นธรรม โปร่งใส และมีคุณภาพเพียงพอ… สำหรับคนรุ่นต่อไป


บทความนี้เป็นหนึ่งในเสียงสะท้อนของคนธรรมดาคนหนึ่ง

ที่ใช้ชีวิตในประเทศนี้ เสียภาษีอย่างถูกต้อง ถูกจ้างงาน และสุดท้าย…ถูกเลิกจ้าง😓

แต่แม้ในวันที่ไม่มีรายได้ประจำ ฉันยังคงอยากเห็นระบบที่ใช้เงินภาษีของพวกเราทุกคน

อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกชีวิตในสังคมเดียวกันนี้🙏


Read More อ่านต่อ 👀 >>  ถ้าระบบโปร่งใส ตรวจสอบงบจัดซื้อจัดจ้างได้… เก้าอี้จะแพงไปไหม? ตึกจะถล่มได้หรือเปล่า?

Read More อ่านต่อ 👤 >>  “หัวหน้างานแบบไหน...ที่ทำให้นวัตกรรมเกิดขึ้นได้จริง?”

Read More อ่านต่อ 💪 >> ถูกเลิกจ้าง...ไม่ใช่จุดจบ

Read More อ่านต่อ 💼 >> ไปที่หน้ารวมบทความ


#เสียงของพลเมือง #ภาษีของเรา #โปร่งใสตรวจสอบได้  

#งบประมาณรัฐ #สิทธิของประชาชน #การศึกษาไทย  

#อาหารกลางวันเด็ก #ระบบราชการไทย #ตรวจสอบงบประมาณ  

#ภาษีคือเงินของเรา #ประชาชนอยากรู้ #เทคโนโลยีเพื่อความโปร่งใส  

#รัฐต้องเปลี่ยน #การจัดซื้อจัดจ้าง #ชีวิตหลังถูกเลิกจ้าง

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ถูกเลิกจ้างไม่ใช่จุดจบ! นี่คือโอกาสทองที่คุณจะได้ "ลงทุนกับตัวเอง" และสร้างชีวิตใหม่

เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง... บทใหม่ของชีวิตคุณอาจกำลังเริ่มต้น

ในโมงยามที่ข่าวการ "เลิกจ้าง" หรือ "ตกงาน" มาเคาะประตู หลายคนอาจรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา ความรู้สึกผิดหวัง สับสน และความกังวลถาโถมเข้ามาเป็นเรื่องปกติ แต่เชื่อเถอะว่านี่ไม่ใช่จุดจบของทุกสิ่ง บางครั้ง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี่แหละคือโอกาสที่ฟ้าประทานมาให้คุณได้ ค้นพบและลงทุนกับตัวเองในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน

ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือจุดเปลี่ยน

การถูกเลิกจ้างไม่ได้แปลว่าคุณไร้ความสามารถ หรือล้มเหลวในชีวิตการทำงานเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันอาจเป็นสัญญาณว่าจักรวาลกำลังบอกให้คุณพักหายใจ ตั้งหลัก และมองหาเส้นทางที่ใช่สำหรับคุณจริง ๆ หลายคนใช้เวลาตลอดชีวิตการทำงานไปกับการทุ่มเทให้กับองค์กร จนลืมไปว่าตัวเองมีอะไรที่อยากทำ มีความฝันแบบไหน หรือมีศักยภาพที่ซ่อนอยู่มากแค่ไหน

ลองมองวิกฤตนี้ให้เป็น "เวลาทอง" ที่คุณได้รับอนุญาตให้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการอย่างเต็มที่ ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมองอย่างไร แต่จงใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่าที่สุด

ค้นหาตัวเอง: เข็มทิศนำทางสู่ความสุขที่แท้จริง

เมื่อมีเวลามากขึ้น ลองถามคำถามเหล่านี้กับตัวเอง:

  - อะไรคือสิ่งที่คุณหลงใหลอย่างแท้จริง? สิ่งที่คุณทำแล้วรู้สึกสนุก ไม่เบื่อ ไม่ต้องมีใครบังคับก็อยากทำ

  - อะไรคือทักษะที่คุณมีแต่ไม่เคยได้ใช้? อาจเป็นความสามารถพิเศษที่ซ่อนอยู่ งานอดิเรกที่คุณเก่ง หรือแม้แต่พรสวรรค์ที่คุณลืมไปแล้ว

  - ชีวิตแบบไหนที่คุณอยากมี? การทำงาน 8-5 โมงเช้าอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน คุณอาจเป็นคนชอบอิสระ อยากเดินทาง หรืออยากเป็นนายตัวเอง

การค้นหาตัวเองไม่ใช่เรื่องเร่งรีบ แต่คือการสำรวจภายใน การเรียนรู้ที่จะฟังเสียงหัวใจตัวเอง และทำความเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้คุณมีความสุขและเติมเต็มชีวิตได้อย่างแท้จริง

พัฒนาทักษะ: การลงทุนที่งอกเงยไม่มีวันหมด

เมื่อคุณเริ่มเห็นเค้าลางของเส้นทางใหม่ หรือค้นพบสิ่งที่คุณอยากทำ ก็ถึงเวลาของการ "พัฒนาทักษะ" นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะความรู้และทักษะที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ติดตัวคุณไปตลอดชีวิต และไม่มีใครสามารถพรากมันไปจากคุณได้:

  - เรียนรู้สิ่งใหม่: ลงคอร์สออนไลน์ที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการตลาดดิจิทัล การเขียนโปรแกรม การออกแบบ หรือแม้แต่การทำอาหาร

  - ลับคมทักษะเดิม: คุณอาจมีทักษะที่มีอยู่แล้ว แต่อยู่ในระดับที่ต้องฝึกฝนเพิ่มเติมให้เชี่ยวชาญยิ่งขึ้น

  - สร้างพอร์ตโฟลิโอ: หากคุณสนใจงานสายครีเอทีฟหรือฟรีแลนซ์ การสร้างผลงานเพื่อโชว์ศักยภาพจะช่วยเปิดโอกาสให้คุณได้

  - สร้างคอนเนกชัน: ใช้โอกาสนี้เชื่อมต่อกับผู้คนในสายงานที่คุณสนใจ การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จะช่วยขยายมุมมองของคุณได้

การพัฒนาทักษะไม่ใช่แค่การเพิ่มโอกาสในการได้งานใหม่เท่านั้น แต่มันคือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง เตรียมพร้อมสำหรับโอกาสที่อาจไม่เคยคาดคิด และเปิดประตูสู่เส้นทางอาชีพที่หลากหลายกว่าที่เคย

โอกาสในการสร้างรายได้รูปแบบใหม่

หนึ่งในข้อจำกัดของการเป็นพนักงานบริษัทคือรูปแบบรายได้ที่ค่อนข้างตายตัว แต่เมื่อคุณออกมาจากกรอบนั้น โลกแห่งโอกาสก็จะเปิดกว้าง:

  - งานฟรีแลนซ์: ใช้ทักษะที่คุณมีเสนอบริการให้กับลูกค้าต่าง ๆ

  - ธุรกิจขนาดเล็ก: เริ่มต้นจากสิ่งที่คุณรักและพัฒนาให้เป็นธุรกิจ

  - สร้างสรรค์คอนเทนต์: แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของคุณผ่านช่องทางออนไลน์

  - การลงทุน: หากมีเงินเก็บ การศึกษาเรื่องการลงทุนก็เป็นอีกทางเลือกในการสร้างรายได้แบบ Passive Income

ก้าวไปข้างหน้าด้วยพลังบวก

การเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และบางครั้งการถูก "บังคับให้เปลี่ยน" ก็อาจนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าที่คุณเคยจินตนาการไว้ การตกงานไม่ใช่การสิ้นสุด แต่เป็นการเริ่มต้นบทใหม่ บทที่คุณได้เขียนเอง กำหนดเอง และสร้างสรรค์เอง

จงใช้ช่วงเวลานี้ในการดูแลตัวเอง พักผ่อนให้เต็มที่ ค้นหาความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน และมองโลกด้วยมุมมองใหม่ ๆ ที่เต็มไปด้วยโอกาส ไม่ว่าปลายทางของบทนี้จะนำคุณไปสู่การเป็นพนักงานบริษัทที่แข็งแกร่งกว่าเดิม การเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ หรือเส้นทางใด ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม ขอให้คุณมั่นใจว่าทุกก้าวที่คุณเดินไปข้างหน้าคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตของคุณเอง


สิ่งสำคัญที่ควรจำ

  • วินัยในการจัดการเวลา: แม้จะไม่มีเจ้านายมาคอยกำหนด แต่การมีวินัยในการจัดสรรเวลาแต่ละวันให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะช่วยให้เป้าหมายที่คุณวางไว้สำเร็จได้จริง
  • การจัดการการเงิน: ในระหว่างที่สำรวจช่องทางใหม่ ๆ การบริหารจัดการเงินเก็บอย่างรอบคอบจะช่วยให้คุณอุ่นใจและมีสภาพคล่องในทุกช่วงจังหวะชีวิต
  • ไม่กดดันตัวเองมากเกินไป: การพักงานคือการค้นหาและทดลอง บางครั้งผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวังทั้งหมด แต่อย่างน้อยคุณก็ได้เรียนรู้และเติบโตจากประสบการณ์นั้น ๆ 

ขอให้คุณประสบความสำเร็จในการค้นหาตัวเองและสร้างเส้นทางใหม่ ๆ ที่เหมาะกับคุณ


💡จงจำไว้ว่า! 
คุณกำลัง “กล้า” ทำสิ่งที่หลายคนไม่กล้าทำ คือให้โอกาสตัวเองลองอีกเส้นทาง
ไฟของคุณยังไม่หมด มันแค่ต้องถูกใช้ “อย่างมีทิศทาง” เพื่อไม่ให้ลุกไหม้คุณจากข้างใน




📝 #นวัตกรรมในองค์กร #หัวหน้าที่ดี #วัฒนธรรมองค์กร #บทบาทของผู้นำ #เรียนรู้จากLinkedIn #บทความองค์กร


วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

พร้อมเพย์ บริการรับ-โอนเงินแบบใหม่ของไทยใช้แค่เบอร์มือถือหรือเลขที่บัตรประชาชนเท่านั้น Thailand PROMPT PAY


พร้อมเพย์ เป็นการให้ บริการรับ-โอนเงิน ระหว่างกันแบบใหม่โดยไม่ต้องใช้เลขที่บัญชีธนาคาร ใช้เพียงแค่หมายเลขโทรศัพท์มือถือ เลขประจำตัวประชาชน ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Internet Banking Mobile Banking ATM เป็นต้น ทำให้การโอนเงินผ่านบริการพร้อมเพย์มีความสะดวกสบายและปลอดภัย ทั้งนี้ การให้บริการพร้อมเพย์ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของประเทศไทย

พร้อมเพย์ (PROMPT PAY) ในเฟสแรก เริ่มที่ประชาชนทั่วไปก่อน เพื่อให้บัญชีธนาคารผูกกับบัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งในอนาคตการรับเงินภาษีคืน การรับเบี้ยยังชีพทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ ก็ดำเนินการผ่านทาง PROMPT PAY เช่นกัน ซึ่งจะไม่ต้องรับเช็คไปสาขาธนาคารเพื่อรับเงินแล้ว เพราะรัฐบาลจ่ายเงินให้เราทาง PROMPT PAY ทันที และยังสามารถโอนเงินให้ญาติ หรือเพื่อนๆกันเอง หรือคนอื่นๆได้ด้วย และจะรองรับโอนเงินกับร้านค้าต่างๆในอนาคต

โอนง่าย สะดวก รวดเร็ว 
ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่าน "พร้อมเพย์" ได้ ใช้แทนเงินสด สามารถรับเงินจากภาครัฐเช่น เงินคืนภาษี สวัสดิการ ผ่านบัญชีธนาคารที่ผูกไว้กับบัตรประชาชน
ปลอดภัย
ลดความเสี่ยงจากการพกเงินสด และสามารถตรวจสอบรายการโอนเงินได้
ประหยัด 
ค่าธรรมเนียมการใช้บริการทางการเงินถูกลง 
ลงทะเบียนง่ายๆ กับทุกธนาคารที่เข้าร่วม
 

ข้อควรรู้ก่อนไปลงทะเบียน

  • การลงทะเบียนบริการพร้อมเพย์เป็นการลงทะเบียนแบบสมัครใจ
  • เลขประจำตัวประชาชนผูกได้กับเพียงบัญชีเดียวเท่านั้น
  • หมายเลขโทรศัพท์มือถือ 1 เลขหมายผูกได้กับเพียงบัญชีเดียวเท่านั้น
  • บัญชีเงินฝากธนาคาร 1 บัญชีสามารถผูกได้กับทั้งเลขประจำตัวประชาชนและหมายเลขโทรศัพท์มือถือ
  • บัญชีเงินฝากธนาคาร 1 บัญชีสามารถผูกกับหมายเลขโทรศัพท์มือถือได้สูงสุดตาม จำนวนที่ธนาคารกำหนด
  • คาดว่าจะเริ่มใช้บริการพร้อมเพย์ได้ภายในเดือนตุลาคม 2559 ทุกธนาคารที่เข้าร่วมจะเริ่มให้บริการโอนเงินรายย่อยผ่านบริการพร้อมเพย์โดยอ้างอิงเลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และบริการอื่น ๆ ในอนาคตจะทยอยให้บริการต่อไป
  • เริ่มลงทะเบียนบริการ ระหว่างวันที่ 1-14 กรกฎาคม 2559 ธนาคารที่พร้อมจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้บริการ
  • ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อผูกบัญชีได้กับธนาคารเพียงแห่งเดียวเท่านั้น โดยธนาคารจะแจ้งผลการลงทะเบียนทาง SMS, Email หรือไปรษณีย์หลังวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลง/ยกเลิกการผูกบัญชีธนาคารได้ตลอดเวลา 
ขั้นตอนการเตรียมตัวลงทะเบียนเพื่อผูกบัญชี
ลงทะเบียนง่ายๆ กับทุกธนาคารที่เข้าร่วม
อัตราค่าธรรมเนียมพร้อมเพย์
อ่านเพิ่มเติม  คำถำมคำตอบของกำรให้บริกำรโอนเงินแบบ “พร้อมเพย์ (Prompt Pay)”
ที่มา: www.bot.or.th, thaipublica.org


บทความที่เกี่ยวข้อง



ดูคลิปวีดีโออธิบายภาพรวมพร้อมเพย์ Prompt Pay







วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย- โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ National e-Payment Master Plan

ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม-15 สิงหาคม 2559
ผ่าน 3 ธนาคาร คือ 
(ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีเงินฝากในธนาคารดังกล่าว)
ผู้ที่ไม่สามารถไปลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง สามารถมอบฉันทะให้บุคคลอื่นไปลงทะเบียนแทนได้ โดยติดต่อขอใบมอบฉันทะได้ที่ธนาคารที่เปิดให้ลงทะเบียน

คุณสมบัติ

  1. ผู้ที่ว่างงานหรือมีรายได้ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นในแต่ละปีปฏิทินไม่เกิน 100,000 บาท โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รายได้ การถือครองทรัพย์สินของตน เจ้าหนี้และจำนวนหนี้สินที่คงค้าง เป็นต้น
  2. อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
  3. มีสัญชาติไทย 
ประโยชน์ที่จะได้รับ 
ช่วยทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากการลงทะเบียนจะต้องแสดงข้อมูลรายได้ ทรัพย์สิน และการเป็นหนี้สิน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้รัฐบาลทราบข้อมูลและสามารถนำไปกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

กลไกการดำเนินงาน

หลังจากลงทะเบียนแล้วจะจัดส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกรมสรรพากร เพื่อจัดเก็บข้อมูลและทำการตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งกรมสรรพากรจะเชื่อมโยงข้อมูลนี้ไปยังฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อประมวลผลข้อมูลผู้มีรายได้น้อย นำไปวิเคราะห์ข้อมูลสวัสดิการสังคมแล้วนำไปใช้ในการจัดสวัสดิการภายใต้โครงการอี-เพย์เม้นท์ (E-Payment)ภาครัฐในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถลงทะเบียนได้ทันในรอบนี้ หรือยังไม่อยากมาลงทะเบียน รัฐบาลจะเปิดให้มีการลงทะเบียนใหม่ และปรับปรุงข้อมูลทุกปีภายในช่วงวันที่ 1 - 30 กันยายนของทุกปี

ที่มา : กระทรวงการคลัง

คือเราอยากเห็นประชาธิปไตย และเราว่านี่คือหนึ่งในวิถีแห่งประชาธิปไตยนะ .....ก็คือการได้เข้าไปมีส่วนร่วมให้ข้อมูลกับทางรัฐเพื่อให้ทางรัฐหรือตัวแทนที่บริหารบ้านเมืองเราได้เข้าถึงข้อมูลในเชิงลึกของเราแล้วไปวิเคราะห์หาช่องทางการช่วยเหลือ และจัดสวัสดิการสังคมให้กับประชาชน ไม่อย่างนั้นแล้วการที่รัฐบาลเข้าไม่ถึงข้อมูลของเราๆ รากหญ้า ก็จะมีแค่คนเฉพาะกลุ่ม ที่เข้าถึงก้อนเงินของสวัสดิการและได้ใช้สวัสดิการของรัฐซึ่งควรจะเป็นของทุกๆคนอย่างเท่าเทียมไปใช้สบายๆ เราอยากเข้าถึงเงินของรัฐของแผ่นดิน เราก็ต้องให้ความร่วมมือและให้รัฐเข้าถึงข้อมูลของเราด้วยเช่นกัน อยากให้ผู้มีรายได้น้อย หรือกำลังว่างงานไปลงทะเบียนกันเยอะๆ เพื่อประโยชน์องตัวเราเอง จะได้ไม่เสียผลประโยชน์ที่ควรจะเป็นของเรามาตั้งนานแล้ว

และในอนาคตอันใกล้นี้เมื่อรัฐบาลดำเนินการโครงการ อี-เพย์เม้นท์อย่างทั่วถึง เหมือนที่ทุกคนได้ใช้สมาร์ทโฟน 3G 4G แล้ว การรับสวัสดิการของรัฐก็จะง่ายขึ้น เงินถึงมือไว้ขึ้นไม่ต้องรอให้หน่วยงานท้องที่เบิกงบอนุมัติ แล้วถือเงินช่วยเหลือมาให้ตามบ้านอีกต่อไป สวัสดิการใคร ของใครของมัน เข้าบัญชีใครบัญชีมันเลยจ้ะ

ยังไงก็ขอเอาใจช่วยให้โครงการของรัฐประสบผลสำเร็จบ้าง อะไรบ้าง อะนะ อยากเดินหน้าประเทศไทย


ตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซท์ของโครงการ
http://welfare2560.epayment.go.th/


บทความที่เกี่ยวข้อง

"พร้อมเพย์" บริการรับ-โอนเงินแบบใหม่ของไทยใช้แค่เบอร์มือถือหรือเลขที่บัตรประชาชนเท่านั้น

"ปราบโกง" เป้าหมายร่างรัฐธรรมนูญ 2559"







วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เข้าใจร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 2559 ก่อนลงประชามติ Thailand's draft constitution 2016

ร่างรัฐธรรมนูญ 2559
ฉบับ "ปราบโกง"



เป้าหมายกำจัดการทุจริต เพราะที่ผ่านมาอย่างที่เห็นๆกันงบประมาณแผ่นดินก็ถูงโกงไปมาก  นำมาพัฒนาประเทศได้ไม่เต็มที่ จากนี้ไปภาคประชาชนและองค์กรอิสระจะสามารถเข้ามาติดตาม และตรวจสอบการใช้จ่ายและการดำเนินงานของเหล่าภาครัฐบาลและข้าราชการผู้ดำเนินการใช้งบประมาณแผ่นดินได้ เรียกได้ว่าทำอะไร ต้องตรวจสอบได้ชัดเจน 

มีการคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาทำงาน ว่ามีคดีหรือเคยมีพฤติกรรมการฉ้อโกงหรือไม่ และที่ว่าทางเราตรวจสอบได้ก็คือ ภาคประชาชนสามารถร้องเรียนหากพบเห็นการทุจริตมิชอบใดๆ และผู้ที่แจ้งเบาะแสก็จะได้รับความคุ้มครอง (ขอให้แน่แล้วกัน ไม่งั้นใครจะกล้า..)

เรื่องการศึกษาก็มีการยกระดับ เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง ม.2  และจะจัดการให้มีกองทุนเพื่อการศึกษาต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มีการศึกษาอย่างเท่าเทียม

อย่างไรก็ดีนะ ในฐานะประชาชนก็กลัวอำนาจมืด อำนาจที่มองไม่เห็น และไม่มีใครจัดการได้เพราะเส้นใหญ่เหลือเกิน เป็นลูกคนนั้นคนนี้ ตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ ดำเนินคดีหาความยุติธรรมได้ยาก ยังไงอยากฝากไว้ให้ถอนรากถอนโคนให้หมด หรือผู้มีตำแหน่งใดๆ หากไม่อยากเสียตำแหน่งไป เป็นไปได้ไหมที่จะมีความสุจริตชอบ ทำงานสมกับเป็นข้าราชการแผ่นดิน ไม่โกง ไม่ลำเอียง สังคมดี ประชาชนอุ่นใจ

สาระสำคัญอื่นๆ ไปอ่านเพิ่มเติมกันได้ตามลิงค์ โหลดมาอ่านกันนะ จะได้ช่วยกันปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคน ที่จะต้องอาศัย และทำมาหากินกันในประเทศไทยนี้....

รู้ก่อนด่าร่างรัฐธรรมนูญ 

สาระสำคัญรัฐธรรมนูญ2559 โหลดเพื่ออ่าน คลิก >>> 



...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
 ประชาสัมพันธ์ 
รายละเอียดการเสวนา คลิก >>>>

All time Popular Post